สื่อต่างประเทศเผยประวัตินักบินคลั่งก่อเหตุทำร้ายร่างกายกัปตันร่วมของสายการบิน Flydubai พบนักบินผู้ก่อเหตุเคยถูกปลดออกจากสายการบินแห่งชาติโอมาน เนื่องจากฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง 

ผู้ก่อเหตุได้รับการยืนยันตัวตนคือ ฮามาม อัล-ฮัมมามี ชาวโอมาน เกิดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยมีบิดาเป็นชาวโอมานและมารดาเป็นชาวซีเรีย ข้อมูลจากโปรไฟล์ LinkedIn ของเขาพบว่าเคยทำงานกับ Oman Air นานถึง 7 ปี ก่อนจะย้ายไปร่วมงานกับ Royal Air Maroc และเพิ่งเข้าทำงานกับ Flydubai ได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น

แหล่งข่าวนักการทูตในพื้นที่ระบุว่า ในช่วงที่เขาทำงานกับ Oman Air เขาเคยถูกถอดออกจากโปรแกรมฝึกบินเนื่องจากความกังวลเรื่องแนวคิดหัวรุนแรง ก่อนจะถูกย้ายไปรับตำแหน่งอื่นแทน ซึ่งเหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดคำถามใหญ่ตามมาถึงมาตรฐานการตรวจสอบประวัติพนักงาน ของสายการบินระดับสากล

โพสต์คลิปปริศนา ขู่ฆ่า-ตัดศีรษะ พร้อมภาพผู้นำอัลกออิดะฮ์

เพียง 9 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุความวุ่นวายบนเครื่องบิน บัญชีโซเชียลมีเดีย LinkedIn และ Instagram ในชื่อของอัล-ฮัมมามี ได้มีการเคลื่อนไหวโพสต์คลิปวิดีโอและภาพปริศนาติดต่อกัน 2 โพสต์ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการโพสต์โดยตัวเขาเองหรือมีการตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า

โดยภาพแรกคือวิดีโอห้องนักบิน Boeing 737 Max 8 ปรากฏคลิปซูมกล้องไปยังเครื่องบินของสายการบิน El Al และ Arkia ของอิสราเอล โดยตอนท้ายของคลิปมีการตัดต่อใส่รูปของ อายมาน อัล-ซาวาฮิรี อดีตผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ และรูปของ ฮูมาม คาลิล อาบู-มูลาล อัล-บาลารี มือระเบิดพลีชีพที่สังหารเจ้าหน้าที่ CIA ไป 7 นายเมื่อปี 2009

นอกจากนี้ยังมีภาพ AI เชื่อมโยงศาสนสถานสำคัญ 3 แห่งในมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ และเยรูซาเล็ม พร้อมบทกวีเร้าอารมณ์เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและการไม่หวาดกลัวต่อความตาย

จากการวิเคราะห์ข้อมูลบัญชี Twitter เก่าของเขาซึ่งมีโพสต์กว่า 3,000 ข้อความในช่วงปี 2021–2022 ผ่านระบบ AI Semantic Search พบว่า อัล-ฮัมมามี มีแนวคิดทางศาสนาที่สุดโต่งและมีพฤติกรรมเกลียดชังเพศหญิง อย่างชัดเจน

เขาเคยโพสต์ตัดพ้อถึงความยากลำบากในการหาผู้หญิงมาแต่งงาน เนื่องจากเขามีเงื่อนไขว่าผู้หญิงต้องสวมนิกอบ และต้องเลิกทำงานหลังแต่งงาน ซึ่งผู้หญิงทุกคนต่างปฏิเสธ จนกระทั่งแม่ของเขาต้องบอกฝ่ายหญิงว่าลูกชายฉันเป็นนักบิน พวกเธอถึงยอมตกลง นอกจากนี้ เขายังโพสต์โจมตีสถานที่ทำงานที่มีการปะปนระหว่างชายหญิง โดยอ้างว่าเป็นสถานที่ที่ล้างสมองและทำลายความบริสุทธิ์ของผู้หญิง

เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญด้านความมั่นคง เนื่องจากโอมานเป็นประเทศที่ไม่รับรองรัฐอิสราเอล แต่เหตุใดนักบินสัญชาติโอมานจึงได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่กรุงเทลอาวีฟได้ โดยหน่วยงานความมั่นคงอิสราเอล: ทั้ง Shin Bet, Mossad, กองทัพ และกระทรวงคมนาคม ได้ผนึกกำลังสอบสวนเส้นทางสายสายงานและการผ่านด่านความมั่นคงของนักบินรายนี้

ขณะที่อัยการสูงสุด UAE  เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการว่าเหตุโจมตีบนเครื่องบินเข้าข่ายการก่อการร้าย ที่มีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่

ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้ตกลงร่วมกับประธานาธิบดี UAE ในการส่งเจ้าหน้าที่อิสราเอลเข้าร่วมสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย จุดที่เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉิน.


ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ