นักวิจัยยังคงเร่งตรวจหาสาเหตุการตาย ของลูกวาฬไรท์ใต้ที่เกยตื้นตามแนวชายฝั่งปาตาโกเนียของอาร์เจนตินาจำนวนมากผิดปกติ เบื้องต้นสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรีย
นักวิจัยในอาร์เจนตินาเร่งค้นหาสาเหตุ หลังพบซากลูกวาฬไรท์ใต้เกยตื้นตายจำนวนมากผิดปกติ ตามแนวชายฝั่งปาตาโกเนีย โดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรวัลเดส แหล่งผสมพันธุ์และเลี้ยงลูกที่สำคัญของวาฬชนิดนี้ ในจังหวัดชูบุต
มาร์เซลา อูฮาร์ต สัตวแพทย์จากสถาบัน One Health Institute แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า สมมติฐานสำคัญในขณะนี้คือ การติดเชื้อแบคทีเรียอีริซิเพโลทริกซ์ (Erysipelothrix) หลังพบรอยโรคลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณแผ่นหลังของวาฬที่ตาย
นักวิจัยระบุว่า แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ตามธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมทางทะเล และเคยถูกพบว่าเป็นสาเหตุการตายของสัตว์จำพวกวาฬในพื้นที่อื่นของโลก อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าเชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุของการตายหรือไม่
ทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วยนักชีววิทยา สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน กำลังค้นหาซากวาฬทั้งจากชายฝั่งและทางเรือ เครื่องบิน รวมถึงโดรน ก่อนเก็บตัวอย่างผิวหนังและอวัยวะส่งตรวจในห้องปฏิบัติการที่เมืองตันดิล ทางตอนเหนือของพื้นที่
ขณะนี้ตรวจพบแบคทีเรียในตัวอย่างเนื้อเยื่อแล้ว แต่ทีมวิจัยยังอยู่ระหว่างเพาะเชื้อเพื่อระบุชนิดของจุลชีพ และตรวจสอบว่าการติดเชื้อเป็นสาเหตุที่ทำให้วาฬตายหรือไม่
อูฮาร์ตระบุว่า แม้ท้ายที่สุดจะยืนยันว่าแบคทีเรียเป็นสาเหตุของการตาย ก็ยังต้องหาคำตอบต่อว่าเหตุใดแบคทีเรียจึงกลายเป็นอันตรายต่อลูกวาฬมากขึ้นในปีนี้ โดยการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางทะเล เช่น อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ วาฬไรท์ใต้ยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามอื่น ๆ เช่น แหล่งอาหารลดลง การติดพันอุปกรณ์ประมง น้ำมันรั่วไหล และการถูกเรือชน
วาฬไรท์ใต้เคยถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 ก่อนจะได้รับการคุ้มครองระหว่างประเทศในปี 1935 และจำนวนประชากรค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลูกวาฬตายจำนวนมากในปีนี้กำลังสร้างความกังวลให้กับนักวิจัยที่ติดตามประชากรวาฬบริเวณคาบสมุทรวัลเดส.
ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ