ผู้นำ G7 เห็นชอบปล่อยน้ำมันสำรองสูงสุด 100 ล้านบาร์เรลภายใน 4 เดือน เร่งปล่อยดีเซลล็อตใหญ่ใน 20 วันแรก หวังลดแรงกดดันราคาพลังงานโลก
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ G7 เห็นชอบมาตรการร่วมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดและบรรเทาแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองผ่านทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ สูงสุด 100 ล้านบาร์เรล ภายในระยะเวลา 4 เดือน
แถลงการณ์ของผู้นำ G7 ระบุว่า การปล่อยน้ำมันสำรองจะเริ่มทันที และจะเร่งปล่อยน้ำมันดีเซลในปริมาณมากภายใน 20 วันแรก โดยประเทศสมาชิก G7 และประเทศพันธมิตรจะร่วมดำเนินการ เพื่อเพิ่มอุปทานและสร้างเสถียรภาพให้ตลาดพลังงานโลก
นอกจากนี้ G7 จะประสานตารางการบำรุงรักษาโรงกลั่นน้ำมันของประเทศสมาชิก เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดกำลังการผลิตพร้อมกันหลายแห่ง รวมถึงเพิ่มอัตราการใช้กำลังการกลั่นชั่วคราวเท่าที่สามารถทำได้ และขอให้ประเทศที่มีศักยภาพด้านการกลั่นน้ำมันเพิ่มการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล นอกจากนี้ ผู้นำ G7 ยังย้ำว่าจะหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดการส่งออกพลังงานและผลิตภัณฑ์น้ำมันระหว่างประเทศสมาชิก พร้อมเรียกร้องให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั้งหมดหลีกเลี่ยงการออกคำสั่งห้ามส่งออกที่อาจทำให้สถานการณ์ในตลาดพลังงานตึงตัวมากขึ้น
แถลงการณ์ G7 ยังระบุถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศเพื่อนบ้าน และยืนยันว่าจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย
ทั้งนี้ การประชุมฉุกเฉินครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันและดีเซลที่พุ่งสูงจากภาวะตึงตัวของอุปทาน โดยก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กดดันประเทศยุโรปให้ปล่อยน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง และพิจารณามาตรการจำกัดการส่งออกดีเซลของสหรัฐฯ หากประเทศพันธมิตรไม่เพิ่มปริมาณน้ำมันออกสู่ตลาด.
ที่มา CNN