โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ จังหวัดเกียวโต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นที่ลาคลอดขณะดำรงตำแหน่ง ได้รับเลือกให้อยู่ในรายชื่อ "100 บุคคลดาวรุ่งผู้ทรงอิทธิพล" (TIME100 Next 2026) ของนิตยสารไทม์ หลังเพิ่งให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา
นิตยสารไทม์ของสหรัฐฯ ประกาศรายชื่อ"100 บุคคลดาวรุ่งผู้ทรงอิทธิพล" (TIME100 Next 2026) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. โดยมี โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ จังหวัดเกียวโต วัย 36 ปี เป็นหนึ่งในบุคคลรุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับว่ามีอิทธิพลในระดับโลก
คาวาตะสร้างความสนใจทั่วประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ หลังประกาศตั้งครรภ์และตัดสินใจลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี โดยเริ่มลาคลอดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม และให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยกำหนดกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในวันที่ 8 พฤศจิกายน
ไทม์ระบุว่า การตัดสินใจของคาวาตะมีความสำคัญ เพราะนายกเทศมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบสิทธิการลาคลอดเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป และญี่ปุ่นยังไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับนายกเทศมนตรีที่ต้องลาคลอด คาวาตะจึงร่วมกับสำนักงานเทศบาลจัดระบบการบริหารงานในช่วงที่เธอลา โดยมอบหมายให้นายกเทศมนตรีรอง ชิเงโตะ โนเสะ รับผิดชอบงานแทนเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ขณะที่เธอยังคงติดตามงานและเข้าร่วมประชุมทางออนไลน์เมื่อสามารถทำได้
ก่อนหน้านี้ การลาคลอดของคาวาตะกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมญี่ปุ่น มีทั้งผู้สนับสนุนที่เห็นว่าผู้หญิงในตำแหน่งทางการเมืองควรสามารถมีบุตรและทำงานไปพร้อมกันได้ และผู้วิจารณ์ที่มองว่าการหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลานานอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกเทศมนตรี บางส่วนยังตั้งคำถามเกี่ยวกับเงินเดือนระหว่างการลา
คาวาตะตอบโต้เสียงวิจารณ์ว่า หากสังคมตำหนินักการเมืองที่ลาคลอด เท่ากับเป็นการกีดกันผู้หญิงวัย 20-40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถตั้งครรภ์ได้ ออกจากการดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมยืนยันว่าเธอรักงานที่ทำ และมองว่าการมีบุตรและสร้างครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่ควรถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับการทำงานการเมือง
หลังคลอด คาวาตะโพสต์ภาพพร้อมข้อความขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน และระบุว่า ประสบการณ์การเป็นแม่จะช่วยให้เธอเข้าใจปัญหาที่พ่อแม่และเด็กต้องเผชิญมากขึ้น และนำประสบการณ์ดังกล่าวไปสะท้อนในนโยบายของเมือง
ไทม์ยังกล่าวถึงนโยบายของคาวาตะในการทำให้เมืองเป็นมิตรกับครอบครัวมากขึ้น เช่น การลดภาระค่าอาหารกลางวันของนักเรียน การแจกผ้าอ้อมในสถานรับเลี้ยงเด็ก และการขยายบริการดูแลมารดาหลังคลอด
คาวาตะได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะในเดือนพฤศจิกายน 2566 ขณะมีอายุ 33 ปี ทำให้เธอเป็นผู้หญิงอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองในญี่ปุ่นในขณะนั้น เธอชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 10,516 คะแนน ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่างเคน โอกาตะ ได้ 8,334 คะแนน และยูโกะ คาเมดะ ได้ 5,878 คะแนน โดยมีผู้มาใช้สิทธิ 43.67 เปอร์เซ็นต์
ก่อนเข้าสู่การเมือง คาวาตะทำงานที่เทศบาลนครเกียวโตตั้งแต่ปี 2015 โดยเริ่มจากงานด้านสวัสดิการ ก่อนย้ายไปทำงานด้านการบริหารทรัพย์สินของภาครัฐและการปฏิรูประบบราชการ รวมถึงโครงการพัฒนาพื้นที่โรงเรียนเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน ต่อมาในปี 2022 เธอลาออกจากเทศบาลนครเกียวโตและย้ายไปโตเกียว เพื่อทำงานเป็นเลขานุการให้แก่อากิโกะ ซันโต นักการเมืองอาวุโสของพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือแอลดีพี
เมืองยาวาตะ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกียวโตกับโอซาก้า มีประชากรราว 69,000 คน และกำลังเผชิญปัญหาประชากรลดลง สังคมสูงวัย และต้นทุนดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น คาวาตะจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนครอบครัว การดึงดูดคนรุ่นใหม่ การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้เทศบาล
เมืองแห่งนี้มีสถานที่สำคัญอย่างศาลเจ้าอิวาชิมิสึ ฮาจิมังกู สวนโชกะโด และพื้นที่ริมแม่น้ำเซวาริเทอิ ซึ่งมีแนวต้นซากุระยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร แต่คาวาตะเห็นว่าการท่องเที่ยวยังสร้างรายได้ให้เมืองได้ไม่มาก เนื่องจากมีร้านอาหาร ที่พัก และธุรกิจรองรับนักท่องเที่ยวไม่เพียงพอ
คาวาตะเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1990 ที่เมืองนารา จังหวัดนารา ศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกียวโต คณะเศรษฐศาสตร์ ก่อนเข้าสู่การทำงานภาครัฐ เธอเคยกล่าวว่าประสบการณ์จากครอบครัวและปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำของญี่ปุ่นในช่วงที่เติบโตขึ้นมา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สนใจงานด้านนโยบายสาธารณะ
การได้รับเลือกเข้าสู่ TIME100 Next 2026 จึงเกิดขึ้นหลังจากเส้นทางอาชีพที่ผ่านทั้งงานสวัสดิการ การบริหารทรัพย์สินของรัฐ การพัฒนาเมือง งานการเมืองระดับชาติ และการบริหารท้องถิ่น ขณะที่ประเด็นการลาคลอดของเธอได้จุดประกายการถกเถียงในญี่ปุ่นเกี่ยวกับการมีบุตรของผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการสร้างสมดุลระหว่างหน้าที่สาธารณะกับชีวิตครอบครัว.
ที่มา TIME Magazine / BBC / News On Japan