สำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซียยืนยันการค้นพบเกาะใหม่ 2 เกาะ โผล่ขึ้นบริเวณนอกชายฝั่งภูเขาไฟ "อานักกรากะตัว" หลังเกิดการปะทุนานติดต่อกัน 25 ชั่วโมง เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการก่อตัวของเกาะใหม่ครั้งแรกในรอบเกือบ 100 ปี ภายในปล่องภูเขาไฟใต้ทะเล นับตั้งแต่อานักกรากะตัวก่อตัวเหนือระดับน้ำทะเลอย่างถาวรในปี 1930

สำนักงานธรณีวิทยา กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย ตรวจพบเกาะใหม่ 2 แห่งบริเวณนอกชายฝั่งภูเขาไฟอานักกรากะตัว ในช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวากับเกาะสุมาตรา หลังเกิดการปะทุต่อเนื่องนานประมาณ 25 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569

สำนักงานธรณีวิทยาระบุว่า เกาะใหม่แห่งหนึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอานักกรากะตัว ประมาณ 760 เมตร ส่วนอีกแห่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 495 เมตร โดยทั้งสองแห่งอยู่เกือบเป็นแนวเส้นตรงเดียวกัน และมีปล่องภูเขาไฟหลักอยู่ตรงกลาง การตรวจพบได้รับการยืนยันจากรายงานของชาวเรือและอาสาสมัคร รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel จนถึงวันที่ 23 กันยายน

เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นว่า การปะทุต่อเนื่องทำให้แมกมาที่มีสภาพค่อนข้างเหลวไหลขึ้นสู่ผิวโลกผ่านแนวรอยแยกในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนสะสมตัวเป็นเนินคล้ายเกาะ 2 แห่ง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นปล่องภูเขาไฟใหม่ หรือเป็นเพียงวัสดุภูเขาไฟที่ทับถมบริเวณน้ำตื้น

การเกิดแผ่นดินใหม่ครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากไม่พบเกาะแยกแห่งอื่นเกิดขึ้นภายในแอ่งภูเขาไฟเดิม นับตั้งแต่อานักกรากะตัวก่อตัวเหนือระดับน้ำทะเลอย่างถาวรในปี 1930 หรือเมื่อ 96 ปีก่อน โดยอานักกรากะตัว หรือ "บุตรแห่งกรากะตัว" เกิดขึ้นหลังการปะทุครั้งมหึมาของภูเขาไฟกรากะตัวในปี 1883 ซึ่งทำลายพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะเดิมและคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 36,000 คน แรงระเบิดได้ยินไกลเกือบ 5,000 กิโลเมตร และส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก

อานักกรากะตัวกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม หลังสงบนิ่งมานานกว่า 2 ปี ก่อนเกิดการปะทุครั้งใหญ่ในเดือนกันยายน ซึ่งทำให้พื้นที่ของตัวเกาะเพิ่มขึ้นประมาณ 32.8 เฮกตาร์จากการไหลของลาวาและการสะสมตัวของวัสดุภูเขาไฟ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เกาะใหม่ทั้งสองแห่งอาจยังไม่ถาวร เนื่องจากพื้นที่ภูเขาไฟใกล้ระดับน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงสูง ทั้งจากการกัดเซาะ คลื่นทะเล และการทับถมของวัสดุจากการปะทุ โดยภูเขาไฟอานักกรากะตัวต้องผ่านกระบวนการหลายครั้งกว่าจะกลายเป็นเกาะได้ การปะทุใต้น้ำที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนครั้งแรกเริ่มขึ้นในปลายปี 1927 ต่อมาสิ่งที่ปะทุออกมาเริ่มปรากฏบนผิวน้ำในปี 1928 จากนั้นก็หายไปใต้คลื่น กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเกาะแห่งนี้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ในปี 1930

สำนักงานธรณีวิทยาระบุว่า หลังลดระดับการเตือนภัยอานักกรากะตัวจากระดับ 3 เป็นระดับ 2 เมื่อวันที่ 21 กันยายน ได้กำหนดเขตอันตรายใหม่ โดยห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใกล้ปล่องภูเขาไฟหลักในระยะ 2 กิโลเมตร และห้ามเข้าใกล้เกาะใหม่ทั้งสองแห่งในระยะ 1 กิโลเมตร พร้อมเตือนประชาชนตามแนวชายฝั่งจังหวัดบันเตินและลัมปุงให้ติดตามข้อมูลจากทางการ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือเรื่องสึนามิ.


ที่มา The Straits Times / ANTARA