ไต้หวันรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V จำนวน 2 ลำแรกจากสหรัฐฯ ตามข้อตกลงจัดซื้อ 66 ลำ มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการส่งมอบล่าช้ามาหลายเดือน เพื่อยกระดับแสนยานุภาพทางทหารในการรับมือและป้องปรามการคุกคามจากจีน ท่ามกลางความกังวลเรื่องท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์
ไต้หวันรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V จำนวน 2 ลำแรกจากสหรัฐฯ ในวันนี้ (2 ต.ค.) ตามข้อตกลงจัดซื้อเครื่องบินทั้งหมด 66 ลำจากบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสหรัฐฯ อนุมัติในปี 2019 โดยเครื่องบิน 2 ลำแรกได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศไถตง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน หลังล่าช้ามาหลายเดือนจากปัญหาหลายด้าน รวมถึงระบบซอฟต์แวร์
รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน เวลลิงตัน กู ระบุว่า จะมีเครื่องบิน F-16V ลำอื่นทยอยส่งมอบเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ และยืนยันว่าภายในสิ้นปีจะไม่ได้มีเพียง 2 ลำที่เดินทางมาถึงไต้หวัน โดยเครื่องบินทั้งหมดจะช่วยเพิ่มจำนวนฝูงบิน F-16 ของไต้หวันเป็นมากกว่า 200 ลำ
เครื่องบิน F-16V เป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นปรับปรุงที่ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน อาวุธ และเรดาร์ที่ทันสมัยขึ้น สามารถรับมือภัยคุกคามทางอากาศได้ดีขึ้น รวมถึงเครื่องบินขับไล่ล่องหน J-20 ของจีน ขณะที่ไต้หวันดำเนินโครงการปรับปรุงเครื่องบิน F-16 รุ่นเดิมเสร็จสิ้นแล้วในปี 2023
การส่งมอบเกิดขึ้นในช่วงที่ไต้หวันเผชิญแรงกดดันทางทหารจากจีน ซึ่งอ้างสิทธิ์เหนือไต้หวันและคัดค้านการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไต้หวันระบุว่า กองทัพอากาศต้องส่งเครื่องบินขึ้นปฏิบัติการติดตามเครื่องบินทหารจีนเกือบทุกวัน
สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านความมั่นคงและผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดของไต้หวัน แม้ทั้งสองฝ่ายไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้สหรัฐฯ จัดหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตนเองของไต้หวัน
ขณะเดียวกัน ไต้หวันกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับแพ็กเกจอาวุธชุดใหม่มูลค่าราว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังทรัมป์ระบุเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ได้ชะลอการพิจารณาข้อตกลงดังกล่าวไว้ ขณะที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ อนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ไต้หวันเมื่อเดือนธันวาคม 2025
จีนยังคงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้ไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า นโยบายต่อไต้หวันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง.
ที่มา Reuters / AFP