ผู้นำสหรัฐฯ ซัดอิหร่านอาจเกี่ยวข้องกับเหตุผู้ช่วยนักบินทำร้ายกัปตันบนเที่ยวบินมุ่งหน้าอิสราเอล พร้อมขู่จะตอบโต้รุนแรงแน่ หากการสอบสวนพบว่าเตหะรานมีส่วนเกี่ยวข้อง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯกล่าวว่า อิหร่านอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุผู้ช่วยนักบินทำร้ายกัปตันบนเที่ยวบินของสายการบิน flydubai ซึ่งกำลังเดินทางจากนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล พร้อมเตือนว่าอิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนักแน่ หากพบว่ามีส่วนรับผิดชอบ
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า จากข้อมูลที่เขาได้รับ เขามองว่าอิหร่านน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยอมรับว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้หรือไม่ หากพบว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลัง ทรัมป์ตอบว่า "พวกเขาจะถูกโจมตีอย่างหนักแน่นอน ไม่ต้องกังวล"
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุไม่คาดคิดบนเที่ยวบิน flydubai ที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล เมื่อผู้ช่วยนักบินถูกกล่าวหาว่าทำร้ายและแทงกัปตัน จนเครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินในเมืองทาบูกของซาอุดีอาระเบีย หลังผู้โดยสารและลูกเรือสามารถเข้าช่วยควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ขณะที่นักบินสำรองที่อยู่บนเที่ยวบินเข้าควบคุมเครื่องบินและนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 182 คนอยู่บนเครื่อง
ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า ผู้ช่วยนักบินรายดังกล่าวผ่านการชักนำแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่การสอบสวนเพื่อหามูลเหตุและแรงจูงใจยังดำเนินต่อไป
ในระยะหลังทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นต่อสงครามกับอิหร่าน โดยในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร TIME ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ทรัมป์กล่าวว่าเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะกลับมาโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ได้เตรียมคลังอาวุธเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 และกำลังพลเพิ่มเติมมากถึง 10,000 นายไปยังตะวันออกกลางภายในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงตึงเครียด.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ