ทางการอินโดนีเซียเข้ารื้อถอนอาคารที่ถูกเรียกว่า "วิลล่า" ภายในเรือนจำซิโบนิง ใกล้กรุงจาการ์ตา หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบห้องพักหรูพร้อมเครื่องปรับอากาศ เตียงขนาดใหญ่ โทรทัศน์ ตู้เย็น สระว่ายน้ำ และห้องออกกำลังกาย โดยมีข้อมูลว่านักโทษบางรายจ่ายเงินเพื่อเข้าพัก ขณะที่ผู้บริหารเรือนจำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวม 5 คนถูกสั่งพักงาน
ทางการอินโดนีเซียเข้ารื้อถอนอาคารที่พักลักษณะคล้าย "วิลล่าหรู" ภายในเรือนจำซิโบนิง ในเมืองโบกอร์ ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา หลังการตรวจค้นโดยไม่แจ้งล่วงหน้าพบสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างที่ไม่ควรมีอยู่ในเรือนจำ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทรทัศน์จอขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และพื้นที่พักอาศัยที่ตกแต่งคล้ายอพาร์ตเมนต์
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าวและนำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เตียง โซฟา ตู้เย็น โต๊ะรับประทานอาหาร และขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากห้องพัก ก่อนนำรถขุดเข้าทำลายอาคารจำนวน 10 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า การตรวจสอบแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อนพบกลุ่มอาคารพักอาศัยที่ตกแต่งอย่างหรูหราภายในพื้นที่เรือนจำ โดยมีนักโทษบางรายเข้าพักอยู่จริง เจ้าหน้าที่พบห้องพักอย่างน้อย 10 ยูนิต พร้อมเครื่องปรับอากาศ โซฟา เตียงขนาดใหญ่ ตู้เย็น โทรทัศน์ พื้นที่รับประทานอาหาร และเครื่องใช้ในครัวเรือน
ภาพที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยแพร่หลังการตรวจสอบ แสดงให้เห็นขวดเบียร์ วิสกี้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นอยู่ในตู้เย็นของหนึ่งในห้องพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกว่า "วิลล่า"
นอกจากนี้ยังพบสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และพื้นที่กำลังก่อสร้างเครื่องจำลองการเล่นกอล์ฟ ขณะที่มีรายงานว่าภายในพื้นที่ยังมีรถยนต์ราคาแพง เช่น โตโยต้า อัลฟาร์ด และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จอดอยู่ด้วย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวยังมีประตูทางออกด้านหลังที่ไม่ได้ล็อก เชื่อมต่อกับป่าไผ่และพื้นที่ทิ้งขยะ ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในสามารถเข้าออกโดยหลีกเลี่ยงจุดตรวจของเรือนจำได้
ไซฟริดา รัชมาวาตี ราซาฮัน เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การตรวจสอบพบข้อบ่งชี้อย่างชัดเจนว่านักโทษบางรายสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษที่นักโทษทั่วไปไม่มีสิทธิใช้ โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเหมือนบ้านพัก อพาร์ตเมนต์ หรือวิลล่ามากกว่าที่พักในเรือนจำ
เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังระบุว่า พวกเขาพบนักโทษพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว และสงสัยว่ามีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษให้กับนักโทษบางกลุ่ม
การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเคยพยายามเข้าตรวจพื้นที่มาก่อน แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากปัญหาเอกสาร โดยฟิกรี ยาซิน สมาชิกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ในการเข้าตรวจครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่พบการขัดขวาง รวมถึงเหตุผลักและดันจนเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรายหนึ่งถูกขาเข้าไปติดอยู่ในระหว่างเหตุการณ์ หลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบอาคารมากกว่า 10 หลัง และสอบถามผู้ที่พักอยู่ภายใน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นนักโทษ
นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลด้วยว่า นักโทษบางรายถูกเรียกเก็บ "ค่าเช่า" สำหรับที่พักดังกล่าว ตั้งแต่หลักสิบล้านรูเปียห์ต่อเดือน ไปจนถึงสูงถึง 1,000 ล้านรูเปียห์ต่อปี โดยหนังสือพิมพ์ Republika รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เงินดังกล่าวอาจถูกแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่เรือนจำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในระบบราชการ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
รูดี เซเตียวาน ผู้ตรวจการใหญ่ของกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและราชทัณฑ์อินโดนีเซีย กล่าวว่า เงินที่ใช้ก่อสร้างอาคารเหล่านี้ไม่ได้มาจากงบประมาณของรัฐ และอาคารไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีนักโทษบางรายเคยเข้าพักอยู่จริง โดยทางการกำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้อนุญาตให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
ผู้อำนวยการกรมราชทัณฑ์ยังระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบที่พักของเจ้าหน้าที่จำนวน 13 แห่งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนภายในพื้นที่เรือนจำ
เรือนจำซิโบนิงมีพื้นที่ประมาณ 4 เฮกตาร์ และรองรับนักโทษมากกว่า 1,800 คน ซึ่งถือว่าเกินขีดความสามารถของสถานที่หลายเท่า นักโทษที่ถูกคุมขังมีทั้งผู้ต้องหาคดีรุนแรงและคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงคดีทุจริต
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้บริหารเรือนจำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 4 คน รวมเป็น 5 คน ถูกสั่งพักงาน ขณะที่ทางการได้สอบปากคำนักโทษแล้ว 52 คน และระบุว่าจะรายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยว่านักโทษรายใดพักอยู่ในที่พักหรูเหล่านี้ และยังไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนักโทษที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอินโดนีเซียระบุว่า สิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะนี้ไม่เคยถูกพบในเรือนจำแห่งอื่นมาก่อน พร้อมเตือนว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
กรณีดังกล่าวยังทำให้เกิดการรื้อฟื้นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอภิสิทธิ์ของนักโทษฐานะร่ำรวยในเรือนจำอินโดนีเซีย โดยก่อนหน้านี้ในปี 2010 เคยเกิดกรณีนักโทษฐานะร่ำรวยในเรือนจำอีกแห่งได้รับสิทธิพักในห้องปรับอากาศ มีห้องน้ำส่วนตัว ห้องคาราโอเกะ และเจ้าหน้าที่ส่วนตัว ขณะที่ในปี 2018 หน่วยงานรัฐบาลพบว่านักโทษที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตในเรือนจำอีกแห่งจ่ายเงินให้ผู้คุมเพื่อแลกกับที่พักแบบวีไอพี
เหตุการณ์ล่าสุดจึงเพิ่มแรงกดดันต่อระบบราชทัณฑ์อินโดนีเซีย ซึ่งเผชิญปัญหานักโทษล้นเรือนจำ การทุจริต และการลักลอบใช้ยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระ ทำหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการบริหารจัดการบริการสาธารณะ รวมถึงตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ.
ที่มา independent.co.uk / AFP