ศาลแขวงโตเกียวของญี่ปุ่น มีคำตัดสินว่าเสียงของบุคคลสามารถได้รับความคุ้มครองภายใต้ "สิทธิในเชิงพาณิชย์" ซึ่งเป็นหลักการที่คุ้มครองการนำอัตลักษณ์ของบุคคลไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า หลัง "เคนจิโร สึดะ" นักพากย์ชื่อดังฟ้อง TikTok กรณีถูกใช้ AI โคลนเสียง ถือเป็นคำตัดสินครั้งแรกในญี่ปุ่นที่รับรองหลักการดังกล่าวกับ "เสียง" ของบุคคลในกรณีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ 

คดีนี้เป็นการฟ้องร้องของ เคนจิโร สึดะ นักพากย์วัย 55 ปี ซึ่งมีชื่อเสียงจากการให้เสียงตัวละคร เคนโตะ นานามิ ในอนิเมะเรื่อง "มหาเวทย์ผนึกมาร" หรือ Jujutsu Kaisen รวมถึงผลงานในแฟรนไชส์ Yu-Gi-Oh! โดยสึดะกล่าวหาว่ามีการใช้ AI สร้างเสียงเลียนแบบเสียงของเขาในคลิปบน TikTok และเรียกร้องให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มลบคลิปดังกล่าว

ผู้พิพากษาอายะ ทาคาฮาชิ ซึ่งเป็นประธานองค์คณะ ระบุว่า "การใช้เสียงของนักแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถือเป็นการละเมิดสิทธิในเชิงพาณิชย์" พร้อมระบุว่าเสียงสามารถเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกและอัตลักษณ์ของบุคคลได้ในลักษณะเดียวกับภาพถ่ายหรือภาพลักษณ์

คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคลิปประมาณ 188 คลิปที่บัญชีผู้ใช้ไม่เปิดเผยชื่อเผยแพร่ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงเดือนกันยายน 2025 เนื้อหาเกี่ยวกับตำนานเมือง เรื่องลี้ลับ และเกร็ดความรู้ โดยใช้เสียงบรรยายที่มีลักษณะคล้ายเสียงของสึดะ

การวิเคราะห์เสียงพบความคล้ายคลึงอย่างมากระหว่างเสียงของสึดะกับเสียงที่สร้างโดย AI ขณะที่ฝ่ายนักพากย์ระบุว่า การใช้ลักษณะเฉพาะของเสียงของเขาทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดและเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับเนื้อหา โดยคำฟ้องระบุว่าบัญชีดังกล่าวเคยมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และผู้เผยแพร่มีรายได้ประมาณ 500,000-750,000 เยน หรือราว 110,000-165,000 บาทต่อเดือน จากการใช้เสียงดังกล่าว

ทีมกฎหมายของสึดะโต้แย้งว่า บัญชีดังกล่าวได้รับความนิยมจากการนำเสนอเนื้อหาที่มีลักษณะคลุมเครือและชวนสงสัย โดยใช้เสียงที่มีเสน่ห์ของนักพากย์ชื่อดังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดผู้ชม

อย่างไรก็ตาม TikTok โต้แย้งว่าเสียงที่ใช้เป็นเพียง "เสียงผู้ชายมาตรฐาน" และไม่น่าจะทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นเสียงของสึดะ โดยผู้เผยแพร่คลิปอ้างว่า AI ได้รับการฝึกด้วยเสียงของเพื่อน ไม่ใช่เสียงของนักพากย์ดังกล่าว นอกจากนี้ฝ่ายจำเลยยังระบุว่าไม่มีเหตุผลให้ดำเนินคดีต่อ เนื่องจากบัญชีดังกล่าวถูกลบไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน

ผู้พิพากษาทาคาฮาชิระบุว่า แม้เสียงจะได้รับความคุ้มครองภายใต้สิทธิในเชิงพาณิชย์ หากมีการนำไปใช้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์จากคุณค่าทางการค้าโดยเฉพาะ แต่ TikTok ไม่มีหน้าที่ต้องลบคลิปดังกล่าวอีกต่อไป เนื่องจากผู้ใช้ที่ไม่เปิดเผยชื่อได้ลบคลิปไปแล้วหลายเดือนหลังเริ่มมีการฟ้องร้อง

ทาคาชิ ฮิราโนะ ทนายความของสึดะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า คำตัดสินครั้งนี้ทำให้ “ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนเป็นผู้ชนะ” เนื่องจากศาลรับรองหลักการว่าเสียงสามารถได้รับความคุ้มครอง แต่ไม่ได้มีคำสั่งให้ TikTok ลบคลิป

คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมการพากย์เสียงของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเผชิญความกังวลว่าเทคโนโลยี AI อาจสามารถเลียนแบบเสียงนักพากย์และนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อันอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแอนิเมชันที่มีชื่อเสียงมายาวนานของญี่ปุ่น

ยูโกะ ซาซากิ ผู้อำนวยการบริหารสหภาพนักแสดงญี่ปุ่น และนักพากย์อาชีพ กล่าวว่า เสียงของนักแสดงเป็นผลจากการฝึกฝนและการเรียนรู้ทักษะอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี และนักแสดงต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการพัฒนาความสามารถดังกล่าว พร้อมระบุว่าสหภาพสนับสนุนสึดะอย่างเต็มที่

ซาซากิและนักพากย์ชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ยังได้รณรงค์ในโครงการชื่อ "No More" เพื่อคัดค้านการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์เลียนแบบเสียงนักแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต

บิน ชิมาดะ นักพากย์ซึ่งร่วมรณรงค์โครงการดังกล่าว เตือนก่อนมีคำตัดสินว่า หากมีการเปิดทางให้การเลียนเสียงด้วย AI บนสื่อสังคมออนไลน์เกิดขึ้นอย่างไร้ขอบเขต อุตสาหกรรมการพากย์เสียงของญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบรุนแรง และอาจทำให้นักแสดงรุ่นใหม่สูญเสียความหวังที่จะประกอบอาชีพในวงการนี้

ปัจจุบันญี่ปุ่นยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดเรื่อง "สิทธิในเสียง" ไว้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นได้เผยแนวทางเมื่อไม่นานมานี้ว่า การอัปโหลดวิดีโอลงสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้เสียงที่คล้ายกับเสียงของบุคคลจริง และนำไปสร้างรายได้ อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิของบุคคลได้

คำตัดสินครั้งนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญในแนวทางการรับมือกับการใช้ AI เลียนแบบอัตลักษณ์ของบุคคลในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เสียงของนักแสดงเป็นส่วนสำคัญของชื่อเสียงและมูลค่าทางการค้า.


ที่มา AFP / KYODO NEWS