ร้านอาหารในเมืองซองนัม ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตั้งชื่อตามประธานาธิบดีจีน "สี จิ้นผิง" ถูกชายชาวจีน 4 คนบุกทำลายและพ่นสี รวมถึงสารต้องสงสัยว่าเป็นสารกำจัดศัตรูพืชลงบนวัตถุดิบ ก่อนทั้งหมดเดินทางออกจากเกาหลีใต้ในวันเดียวกัน เจ้าของร้านตัดสินใจเปลี่ยนชื่อร้านเพื่อความปลอดภัย

ตำรวจเกาหลีใต้เร่งติดตามชายชาวจีน 4 คน อายุระหว่าง 20-40 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่าบุกทำลายร้านอาหารชื่อ "สี จิ้นผิง" ในเมืองซองนัม จังหวัดคยองกี ทางตอนใต้ของกรุงโซล เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กันยายน ก่อนเดินทางออกจากเกาหลีใต้ไปยังประเทศจีนทันที

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชายสวมหน้ากาก 4 คนบุกเข้าไปในร้าน ก่อนทุบทำลายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมพ่นสีและแลกเกอร์ทั่วบริเวณร้าน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบสารที่เชื่อว่าเป็นยาฆ่าแมลงถูกพ่นลงบนวัตถุดิบอาหารภายในร้านด้วย

เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านวอน หรือราว 3.7 แสนบาท โดยเป็นความเสียหายจากคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องและอุปกรณ์ติดตั้งภายในร้าน แต่เมื่อรวมรายได้ที่สูญเสียไปจากการต้องปิดร้าน ความเสียหายทั้งหมดจะสูงกว่านี้

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนเดินทางออกจากเกาหลีใต้ในวันเกิดเหตุ โดยขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองเยียนไถและนครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงเมืองอื่น ๆ ในจีน ล่าสุดตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับ และหากศาลอนุมัติ จะขอให้องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล ออกประกาศแดงเพื่อติดตามตัว

เจ้าของร้านระบุว่า ร้านเปิดให้บริการมานาน 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2018 และตั้งชื่อว่า "สี จิ้นผิง" เพราะต้องการสื่อว่าร้านเป็น "ร้านอาหารจีนที่ดีที่สุด" ในเกาหลีใต้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา ร้านได้รับโทรศัพท์และข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง

เจ้าของร้านกล่าวว่า เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีข่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ในเกาหลีใต้ เขาได้รับโทรศัพท์จำนวนมากเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อร้าน และบางรายถึงขั้นเสนอเงินจำนวนมากเพื่อให้เปลี่ยนชื่อ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังมีผู้ร้องเรียนต่อกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาของเกาหลีใต้เกี่ยวกับเมนู "ข้าวพิเศษสี จิ้นผิง" ของร้าน แต่ทางกระทรวงยุติเรื่องหลังตรวจสอบแล้วไม่พบปัญหา

หลังเกิดเหตุ ร้านปิดให้บริการเป็นเวลา 5 วัน ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 ก.ย. อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านตัดสินใจยื่นเรื่องต่อสำนักงานเขตเพื่อเปลี่ยนชื่อร้าน โดยให้เหตุผลว่ากังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำและอาจมีผู้ได้รับอันตราย แม้ผู้ต้องสงสัยจะหลบหนีออกนอกประเทศแล้วก็ตาม

ร้านแห่งนี้ให้บริการอาหารจีนหลากหลายประเภท รวมถึงอาหารเกาหลีบางรายการ และเคยกลายเป็นประเด็นล้อเลียนในชุมชนออนไลน์ของเกาหลีใต้ โดยถูกเรียกขานในลักษณะว่า "ร้านอาหารจีนที่คนจีนไปไม่ได้" และมักถูกนำไปกล่าวถึงคู่กับร้านที่ใช้ชื่อเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือบุคคลสำคัญทางการเมืองของจีน เช่น "เทียนอันเหมิน" และ "เหมา"

ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนทราบถึงกระแสในโลกออนไลน์เกี่ยวกับชื่อร้านก่อนก่อเหตุหรือไม่ โดยระบุว่าจะตรวจสอบประเด็นดังกล่าวหลังสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่ความแตกต่างทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรมระหว่างเกาหลีใต้กับจีนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุอาชญากรรมในเกาหลีใต้ โดยนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และการทูตจากมหาวิทยาลัยฮันกุก ระบุว่า ในเกาหลีใต้แม้แต่ผู้นำประเทศก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่แตะต้องไม่ได้ แต่ในจีน การนำชื่อผู้นำสูงสุดของประเทศมาใช้เป็นชื่อร้านอาหารอาจถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นได้

ทั้งนี้ ชื่อร้านค้าและข้อความบนป้ายเคยกลายเป็นชนวนของเหตุรุนแรงในเกาหลีใต้มาหลายครั้ง เมื่อเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง ศาสนา หรือวัฒนธรรม.


ที่มา The Korea JoongAng Daily / BBC