ผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการสถานีโทรทัศน์แห่งชาติยูกันดา ได้เข้าพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่ง "อาณาจักรโทโร" แล้ว ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องการสืบราชบัลลังก์ หลังกษัตริย์ "โอโย นยิมบา" สวรรคตด้วยพระชนมายุ 34 พรรษา โดยไม่มีทายาทที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รูคีดี ญาบองโก ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติยูกันดา ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรโทโร ทางตะวันตกของยูกันดา เมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) โดยทรงเลือกพระนามกษัตริย์ว่า "เอ็ดเวิร์ด รูคีดี นยาบองโก" หลังผ่านพิธีกรรมตามราชประเพณีตลอดคืน ก่อนเสด็จเข้าสู่พระราชวังและปรากฏพระองค์อย่างเป็นทางการต่อพสกนิกร

พิธีราชาภิเษกจัดขึ้นที่เมืองฟอร์ตพอร์ทัล เมืองห่างไกลทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีประชาชนหลายพันคนเดินทางมาร่วมพิธี ขณะที่อีกจำนวนมากติดตามการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

กษัตริย์นยาบองโกทรงให้คำมั่นในพระราชดำรัสสั้น ๆ ว่าจะทรงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของประชาชนทุกคน พร้อมตรัสก่อนขึ้นครองราชย์กับสื่อของยูกันดาว่า มรดกและสายเลือดราชวงศ์ต้องดำเนินควบคู่ไปกับระเบียบวินัยและความทุ่มเทในการทำงาน โดยครอบครัวของพระองค์ไม่เคยสอนให้มองการเป็นเชื้อพระวงศ์เป็นสิทธิพิเศษ แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องเตรียมพร้อมรับผิดชอบ

ประธานาธิบดียูกันดา โยเวรี มูเซเวนี ซึ่งเข้าร่วมพิธี เรียกร้องให้ผู้นำตามประเพณีมีบทบาทส่งเสริมภาษาในท้องถิ่น

ราชอาณาจักรตามประเพณีของยูกันดาถูกยกเลิกในช่วงทศวรรษ 1960 หลังประเทศได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยประธานาธิบดีในขณะนั้นต้องการรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งในปี 1993 ปัจจุบันผู้นำตามประเพณีไม่มีอำนาจบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ และกฎหมายห้ามเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองแบบแบ่งฝ่าย แต่ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากในหมู่ประชาชนในฐานะผู้พิทักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมดั้งเดิม

การขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์นยาบองโกเกิดขึ้นหลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์โอโย นยิมบา คาบัมบา อิกูรู รูกิดิ ที่ 4 จากโรคมะเร็งเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะมีพระชนมายุ 34 พรรษา โดยไม่มีทายาทที่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ ญาติผู้ใหญ่ในราชตระกูลบาบีโต ซึ่งเป็นตระกูลผู้ปกครองของโทโร จึงคัดเลือกนยาบองโกจากบรรดาเจ้าชายที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แม้พระองค์จะไม่ได้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการสืบราชบัลลังก์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม พระราชมารดาของกษัตริย์โอโย นยิมบา คือ เบสต์ เคมิกิซา คัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่าพินัยกรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรของกษัตริย์โอโย นยิมบา ไม่ได้รับการปฏิบัติตามในการคัดเลือกกษัตริย์องค์ใหม่

เคมิกิซาระบุว่า กษัตริย์โอโย นยิมบาทรงมีพระโอรสองค์หนึ่งซึ่งยังทรงพระเยาว์ และจะมีการเปิดเผยตัวตนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของการขึ้นครองราชย์ของนยาบองโก รวมถึงการตัดสินใจของกลุ่มบาบีโตในการเลือกพระองค์

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดความขัดแย้งระหว่างงานพระศพของกษัตริย์โอโย นยิมบา เมื่อวันที่ 12 กันยายน รวมถึงเหตุการณ์โต้เถียงกันช่วงสั้น ๆ เกี่ยวกับการดูแลพระศพ ขณะที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของพระโอรสที่เคมิกิซากล่าวถึง แต่ภาพที่อ้างว่าเป็น "เบบี้ โอโย" ถูกเผยแพร่เป็นจำนวนมากบนสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความหวังให้แก่ผู้ศรัทธาในอดีตกษัตริย์

ด้านนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดังของยูกันดา นิโคลัส เซนโกบา ระบุว่า การเลือกนยาบองโกสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มบาบีโตดำเนินการตามธรรมเนียมของราชอาณาจักร แม้การตัดสินใจดังกล่าวอาจไม่เป็นที่ยอมรับของทุกคน

กษัตริย์โอโย นยิมบา ขึ้นครองราชย์ในปี 1995 ขณะมีพระชนมายุเพียง 3 พรรษา หลังพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนหลายแสนคน และเคยได้รับการกล่าวขานอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมายุเยาว์ที่สุดในโลก

ในพิธีขึ้นครองราชย์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ โอโย นยิมบาทรงประกอบพิธีกรรมตามประเพณีหลายขั้นตอน รวมถึงเสด็จไปยังสุสานหลวงเพื่อประกอบพิธีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โดยทรงโยนเมล็ดกาแฟ 9 เมล็ดลงในหลุมฝังพระศพของพระราชบิดาได้สำเร็จ

ตลอดรัชสมัย กษัตริย์โอโย นยิมบาทรงเป็นที่สนใจของผู้นำระดับโลกที่ได้พบพระองค์ในงานระดับชาติ รวมถึงอดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เนลสัน แมนเดลา ขณะที่อดีตผู้นำลิเบีย โมอัมมาร์ กัดดาฟี ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์โทโร เดินทางเยือนยูกันดาหลายครั้ง และให้การสนับสนุนกษัตริย์โอโย นยิมบาและพระราชมารดาเป็นเวลาหลายปี ก่อนกัดดาฟีเสียชีวิตในเดือนตุลาคม 2011

หลังขึ้นครองราชย์ กษัตริย์โอโย นยิมบาทรงอยู่ภายใต้การดูแลของคณะผู้สำเร็จราชการที่ราชอาณาจักรแต่งตั้ง จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะเมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา.


ที่มา Associated Press