ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล โจมตีหมู่บ้านในเขตเวสต์แบงก์ เพื่อขัดขวางไม่ให้ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาไล่ที่ไป กลับคืนสู่บ้านของตัวเอง แม้ศาลอิสราเอลจะมีคำสั่งว่าต้องให้กลับอยู่ไปก็ตาม

เมื่อ 29 ก.ย. 2569 กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง ก่อเหตุบุกโจมตีหมู่บ้านจาลุด (Jalud) ทางตอนใต้ของเมืองนาบลุส (Nablus) เพื่อขัดขวางครอบครัวชาวปาเลสไตน์ไม่ให้กลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง จนเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการเผาทำลายบ้านเรือนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิสราเอลด้วย

ข่าวระบุว่า ครอบครัว “อัล-ตูบาซี” นำโดย มาห์มูด อัล-ตูบาซี วัย 60 ปี ซึ่งถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานบีบบังคับให้ออกจากบ้านไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เดินทางกลับมายังบ้านของตนพร้อมการคุ้มกันของกองทัพและตำรวจตระเวนชายแดนของอิสราเอล หลังจากศาลฎีกาอิสราเอลมีคำตัดสินเมื่อต้นเดือนว่า ต้องยินยอมให้ครอบครัวนี้กลับเข้าอยู่อาศัย

เมื่อครอบครัวเดินทางมาถึงพร้อมเจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานกลับระดมคนผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และบุกเข้ามาในพื้นที่มากกว่า 150 คน จากนั้นได้ขว้างปาหินและเข้าทำลายทรัพย์สิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิสราเอลพยายามต้านด้วยสเปรย์พริกไทย และต้องพาครอบครัว อัล-ตูบาซี ขึ้นไปอยู่บนรถทหาร

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานกลับเจาะยางรถทหาร จนเจ้าหน้าที่ต้องย้ายครอบครัว อัล-ตูบาซี ไปขึ้นรถหุ้มเกราะ ขณะที่กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานยังไม่วายจุดไฟเผารถยนต์รวมถึงบ้านพักทั้ง 2 หลังของครอบครัวอัล-ตูบาซีจนวอดวาย ส่งผลให้ภารกิจการพาครอบครัวนี้กลับบ้าน “ไม่สำเร็จ”

เหตุปะทะได้ขยายตัวไปยังหมู่บ้านข้างเคียง มีหญิงชาวปาเลสไตน์ถูกทำร้ายและบ้านถูกเผา นอกจากนี้ยังมีตำรวจอิสราเอลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นายด้วย

มาห์มูด อัล-ตูบาซี ระบุว่า เขารู้สึกหวาดกลัวจนคิดว่าจะไม่รอดชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้เจ้าหน้าที่อิสราเอลจะช่วยชีวิตครอบครัวเขาออกมา แต่กลับไม่ได้ดำเนินการเด็ดขาดหรือจับกุมกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในขณะเกิดเหตุเลย

ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกมาประณามการทำร้ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และสั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ดี ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ก่อน เนทันยาฮูพยายามลดทอนความสำคัญของปัญหาผู้ตั้งถิ่นฐานทำร้ายชาวปาเลสไตน์ลง โดยระบุว่าสื่อมวลชนมองข้ามการโจมตีชาวอิสราเอล และให้ความสำคัญกับแค่ “กลุ่มวัยรุ่นเกเรประมาณ 150 คนที่ขว้างหินและตัดต้นมะกอก” เท่านั้น

องค์กรสิทธิมนุษยชน Yesh Din ระบุว่า การสืบสวนของตำรวจอิสราเอลต่อคดีความรุนแรงโดยผู้ตั้งถิ่นฐานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่การลงโทษจริง น้อยกว่า 3% พร้อมชี้ว่าความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลอิสราเอลที่ต้องการขับไล่ชาวปาเลสไตน์และขยายการควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์

ทั้งนี้ สหประชาชาติระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 มีชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์มากกว่า 6,500 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นเนื่องจากการโจมตีและการจำกัดพื้นที่โดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการบันทึกสถิติเหตุโจมตีโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายได้สูงถึง 6,199 ครั้ง

เฉพาะในปีนี้ มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในเขตเวสต์แบงก์แล้วอย่างน้อย 82 ศพ จากฝีมือของกองกำลังความมั่นคงและกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc