เจ้าหน้าที่ของเนปาลระงับการค้นหากลุ่มนักปีนเขาที่ถูกหิมะถล่มกลืนหายไป เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย โดยทีมกู้ภัยมองว่า มีโอกาสไม่มากที่จะพบผู้รอดชีวิต

ในวันอังคารที่ 29 ก.ย. 2569 นายตุล ซิงห์ กุรุง นายกสมาคมไกด์ภูเขาแห่งชาติ (NMGA) ของเนปาล ออกมาเปิดเผยว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายบีบให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับปฏิบัติการค้นหา กลุ่มนักปีนเขาที่ถูกหิมะถล่มกลืนหายไปบนเทือกเขาหิมาลัยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

หิมะถล่มดังกล่าวเกิดขึ้นที่ค่ายเบสแคมป์ (Base Camp) ของยอดเขา “หิมลุง หิมาล” (Himlung Himal) ฝั่งเนปาล ความสูง 7,126 เมตร เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ ขณะที่อีก 12 คนยังคงสูญหาย

ผู้สูญหายทั้ง 12 คนล้วนเป็นกลุ่มไกด์และทีมสนับสนุนชาวเนปาลที่ถูกส่งล่วงหน้าไปจัดเตรียมค่าย ตรวจสอบเส้นทาง และตรึงเชือกให้คณะนักปีนเขาชาวต่างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปีนเขา หิมลุง หิมาล ซึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักปีนเขาที่เริ่มท้าทายยอดเขาความสูงระดับ 7,000 เมตร

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมกู้ภัยเนปาลกล่าวว่า เขามีหวังเพียงน้อยนิดที่จะพบผู้สูญหายในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะ “จากสภาพของศพที่พบ เป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่เหลือจะมีชีวิตรอด” และ “ขนาดของหิมะถล่มกินพื้นที่มหาศาล เราอาจกลับไปค้นหาได้อีกครั้งเมื่อหิมะเริ่มละลายลงบ้าง”

ทีมกู้ภัยซึ่งเป็นไกด์ปีนเขาท้องถิ่นจำนวน 8 คน เดินทางถึงเบสแคมป์เมื่อเย็นวันอาทิตย์เพื่อเริ่มการค้นหา โดยต้องขุดเจาะหิมะที่มีความหนากว่า 4 เมตร เนื่องจากเต็นท์ที่พักถูกฝังอยู่ใต้หิมะหนาแน่น ก่อนจะพบร่างไกด์ 2 รายในวันอาทิตย์ และกู้ร่างคนครัวอีก 2 รายขึ้นมาได้ในวันจันทร์

ทั้งนี้ ภัยพิบัติจากการปีนเขาครั้งร้ายแรงที่สุดของเนปาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นในปี 2557 เมื่อหิมะถล่มคร่าชีวิตผู้คนไป 16 ศพ บนยอดเขาเอเวอเรสต์ และในปี 2558 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 18 ศพ บนยอดเขาเอเวอเรสต์เช่นกัน

นอกจากนี้ เนปาลยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งบนภูเขาถล่มเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 ศพ และสูญหายอีกกว่า 6,000 ราย

ตามรายงานของหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันพฤหัสบดีก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่อื่น ๆ ของเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna