พื้นที่ใจกลางกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นมีฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 34 ทำลายสถิติเดิมที่เกิดขึ้นในปี 2019 ขณะที่ปริมาณฝนตลอดเดือนกันยายนจนถึงวันที่ 28 ก.ย. สูงกว่าค่าเฉลี่ยเกือบ 3 เท่า และคาดว่าฝนจะยังตกต่อเนื่องไปจนถึงประมาณวันที่ 1 ต.ค. อุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุสาเหตุมาจากแนวฝนฤดูใบไม้ร่วงและปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้ความกดอากาศแปรปรวน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่า พื้นที่ใจกลางกรุงโตเกียวมีฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 34 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ถือเป็นช่วงเวลาที่ฝนตกติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มบันทึกสถิติในปี 1886
ฝนตกในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. โดยมีหลายปัจจัยที่ทำให้ฝนตกต่อเนื่อง ทั้งอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ญี่ปุ่น แนวปะทะอากาศฤดูใบไม้ร่วงที่หยุดค้างอยู่ และร่องความกดอากาศต่ำ โดยสถิติเดิมของฝนตกต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโตเกียวอยู่ที่ 33 วัน ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย. ถึง 29 ก.ค. 2019
ปริมาณฝนที่ตกหนักที่สุดในช่วง 34 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 156 มิลลิเมตร เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ขณะที่พื้นที่ใจกลางกรุงโตเกียวมีปริมาณฝนสะสมรวม 629 มิลลิเมตร ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจนถึงวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา หรือเกือบ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยปกติทั้งเดือน ปริมาณดังกล่าวยังใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดของเดือนกันยายนที่ 670.9 มิลลิเมตร ซึ่งบันทึกไว้ในปี 1958
โดยในวันนี้ (29 ก.ย.) ฝนตกเป็นบริเวณกว้างทั้งในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของญี่ปุ่น โดยเมืองเอจิเซ็น จังหวัดฟุกุอิ ทางตอนกลางของประเทศ มีฝนตกหนักมากกว่า 30 มิลลิเมตรภายในเวลา 1 ชั่วโมงในช่วงเช้าตรู่
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดว่า ฝนจะยังตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ไปจนถึงประมาณวันที่ 1 ต.ค. เนื่องจากส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวปะทะอากาศฤดูใบไม้ร่วง
มาซายูกิ เคียวดะ เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น กล่าวว่า ลักษณะสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงขึ้น เคียวดะกล่าวว่า แนวปะทะอากาศฤดูใบไม้ร่วงยังคงปกคลุมพื้นที่นานกว่าปกติ ขณะที่ระบบความกดอากาศสูงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกก็ยังคงอยู่เป็นเวลานานกว่าปกติเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่สามารถเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างสถิติฝนตกต่อเนื่องครั้งนี้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แต่รายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วสรุปว่า ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลต่อสภาพอากาศของญี่ปุ่นในระยะยาว รวมถึงทำให้ปริมาณฝนเพิ่มขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้บรรยากาศมีไอน้ำเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนัก ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ก็ส่งผลต่อรูปแบบลม ความกดอากาศ และการก่อตัวของเมฆทั่วโลก ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่มีฝนตกหนัก ขณะที่บางพื้นที่เผชิญภาวะแห้งแล้ง
โดยปกติฤดูฝนของกรุงโตเกียวจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ในปีนี้เมืองหลวงของญี่ปุ่นเผชิญฝนตกหนักเป็นระยะตลอดช่วงฤดูร้อน รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของเขตมหานครโตเกียว
สภาพอากาศฝนตกต่อเนื่องในญี่ปุ่นเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับหลายพื้นที่ของเอเชียที่เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยในประเทศไทยมีประชาชนประมาณ 1.7 ล้านคนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งล่าสุด หลังเกิดระบบสภาพอากาศรุนแรงในภูมิภาค และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 คน นับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน.
ที่มา KYODO NEWS / AFP