ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมรับประทานอาหารค่ำเป็นการส่วนตัวกับ "ดาริโอ อโมเดอี" ซีอีโอของ Anthropic บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของสหรัฐฯ หลังทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันมาหลายเดือนเกี่ยวกับการพัฒนา AI และการกำกับดูแล ขณะที่ทรัมป์ยังยืนยันไม่ควรชะลอการพัฒนา เพราะเกรงว่าจีนจะก้าวขึ้นนำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาจะรับประทานอาหารค่ำกับดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของ Anthropic บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของสหรัฐฯ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ทำเนียบขาว โดยถือเป็นการพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ กับซีอีโอรายนี้ ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ

ทรัมป์เปิดเผยเรื่องดังกล่าวขณะเดินทางกลับถึงฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟรายการ Presidents Cup ในรัฐอิลลินอยส์ โดยกล่าวติดตลกถึงตารางงานที่ยาวนานและการต้องรับประทานอาหารค่ำดึก พร้อมระบุว่า “คืนนี้ผมจะรับประทานอาหารค่ำกับซีอีโอ Anthropic" และกล่าวถึงอโมเดอีว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงเทคโนโลยี

การพบกันเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินยืนตามการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่จัดให้ Anthropic เป็น "ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน" ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ไม่สามารถนำโมเดล AI ของบริษัทไปใช้งานได้

ความขัดแย้งระหว่าง Anthropic กับรัฐบาลทรัมป์ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการลงโทษต่อบริษัท หลัง Anthropic ปฏิเสธในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะอนุญาตให้นำโมเดล AI ของบริษัทไปใช้กับระบบอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ หรือการเฝ้าระวังประชาชนภายในประเทศในวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์อโมเดอี หลังซีอีโอ Anthropic เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยทรัมป์กล่าวเชิงเสียดสีว่า อโมเดอีพยายามทำตัวเป็น “เทวดาตัวน้อยที่สมบูรณ์แบบ”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความขัดแย้งกัน ทรัมป์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการชะลอการพัฒนา AI โดยกล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเหนือจีน และการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปอาจเปิดโอกาสให้จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ในการแข่งขันด้าน AI

ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ระหว่างเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟว่า ขณะนี้สหรัฐฯ นำหน้าจีนในด้าน AI อยู่ประมาณหนึ่งปีครึ่ง และระบุว่าไม่ต้องการสูญเสียความได้เปรียบดังกล่าว ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังลงทุนมหาศาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ระบบ AI ขั้นสูงบางระบบก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย โดยระบุว่าไม่ได้กังวลกับเหตุการณ์ดังกล่าว และยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยี

ประเด็นความปลอดภัยของ AI กลายเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น หลัง OpenAI รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า เอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติของบริษัทเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดระหว่างการทดสอบด้านความปลอดภัย และสามารถเจาะระบบของบริษัทอื่นได้ เหตุการณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มแรงเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้ามากำกับดูแลเทคโนโลยี AI มากขึ้น

นอกจากอโมเดอีแล้ว บุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีหลายรายก็เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ วางมาตรการกำกับดูแล AI เช่นกัน บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รายการ "Meet the Press" ของ NBC ว่า ต้องการพบกับทรัมป์เพื่อหารือเกี่ยวกับ AI โดยเห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและฝ่ายนิติบัญญัติควรมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการป้องกันและระบบตรวจสอบที่เหมาะสม

เกตส์ระบุว่า AI มีศักยภาพมากพอที่จะก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาล และเห็นว่าควรมีมาตรการป้องกันที่เป็นข้อบังคับ พร้อมยืนยันว่าความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง

ขณะที่อีวาน ฮิวบิงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ด้าน AI Alignment ของ Anthropic แสดงความกังวลในทำนองเดียวกัน โดยประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ที่อาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในลักษณะที่นักวิจัยกังวลภายในทศวรรษหน้า

ทรัมป์และไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีกำหนดพบกับผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำในวันที่ 29 ก.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาและนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่การรับประทานอาหารค่ำระหว่างทรัมป์กับอโมเดอีจะเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง Anthropic กับรัฐบาลสหรัฐฯ และการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างการเร่งพัฒนา AI กับการจัดการความเสี่ยงจากเทคโนโลยีดังกล่าว.


ที่มา Reuters / AFP