อินเดียประกาศพื้นที่ภัยแล้งครอบคลุม 74% ของรัฐมหาราษฏระ รัฐเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นที่ตั้งของนครมุมไบ กระทบพื้นที่การเกษตรขณะที่คาดการณ์ฤดูมรสุมปีนี้อาจมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

รัฐบาลอินเดียประกาศให้พื้นที่ 74% ของรัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของประเทศ อยู่ในภาวะภัยแล้ง หลังหลายพื้นที่เผชิญฝนตกน้อยต่อเนื่องในช่วงฤดูมรสุม โดยรัฐมหาราษฏระยังเป็นที่ตั้งของนครมุมไบ ศูนย์กลางทางการเงินและการค้าสำคัญของอินเดีย

รัฐบาลรัฐมหาราษฏระเปิดเผยว่า ภัยแล้งได้ส่งผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 74% ของทั้งรัฐ ขณะที่เดเวนทรา ฟัดนาวิส มุขมนตรีรัฐมหาราษฏระกล่าวว่า รัฐบาลจะยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรที่กำลังเผชิญวิกฤต พร้อมประเมินความเสียหายของผลผลิต และเร่งให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร คนงานภาคเกษตร และครอบครัวในพื้นที่ชนบทอย่างทันท่วงที

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียคาดการณ์ว่า ฤดูมรสุมประจำปี ซึ่งโดยปกติอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน อาจสิ้นสุดลงด้วยปริมาณฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สร้างความกังวลต่อภาคเกษตรและอาชีพของเกษตรกรหลายร้อยล้านคนที่ต้องพึ่งพาฝนมรสุมในการเพาะปลูก

รัฐมหาราษฏระมีประชากรราว 130 ล้านคน และเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของอินเดีย ผลิตพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ทั้งฝ้าย ถั่วเหลือง อ้อย และพืชตระกูลถั่ว โดยเกษตรกรจำนวนมากยังพึ่งพาน้ำฝนเพื่อการเพาะปลูก ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อผลผลิตเสียหาย และอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินของครอบครัวในชนบท

นอกจากมหาราษฏระแล้ว ผลกระทบจากฝนที่ตกน้อยยังเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนใต้ของอินเดีย โดยรัฐกรณาฏกะได้ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเช่นกัน

กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้เอเชียใต้มีสภาพอากาศแห้งแล้งขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รูปแบบฝนในภูมิภาคผิดปกติ

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงขึ้น และสามารถส่งผลต่อรูปแบบลมและปริมาณฝนในหลายพื้นที่ทั่วโลก ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์อาจทำให้ผลกระทบของปรากฏการณ์ดังกล่าวรุนแรงขึ้น เนื่องจากบรรยากาศมีพลังงานและความชื้นมากขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสเกิดสภาพอากาศสุดขั้วได้.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ