เนปาลเร่งค้นหาและระบุตัวผู้เสียชีวิต หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ผ่านไป 1 เดือน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1,453 คน สูญหายอีก 5,644 คน ขณะที่หลายครอบครัวยังเฝ้ารอข่าวคนที่รัก ท่ามกลางภารกิจฟื้นฟูพื้นที่
หนึ่งเดือนหลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเนปาล หลายพื้นที่ยังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินหน้าค้นหาผู้สูญหายและระบุตัวผู้เสียชีวิต ท่ามกลางครอบครัวจำนวนมากที่ยังรอคำตอบเกี่ยวกับชะตากรรมของคนที่พวกเขารัก
สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า มีผู้เสียชีวิตที่กู้ร่างขึ้นมาแล้ว 1,453 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 5,644 คน โดยมีเพียง 112 ศพที่ส่งมอบให้ครอบครัวแล้ว ส่วนอีก 1,333 ศพถูกฝังชั่วคราวเพื่อรอการระบุตัวตน
ที่โรงพยาบาลตำรวจในกรุงกาฐมาณฑุ มีการจัดพื้นที่ให้ญาติของผู้สูญหายมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างจากร่างผู้เสียชีวิตที่พบ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการระบุว่า มีผู้เชี่ยวชาญจากอินเดีย จีน สหรัฐฯ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เข้ามาช่วยเหลือภารกิจดังกล่าว
ปาซัง มายา ตามัง วัย 32 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยจากพื้นที่นูวาคอต สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์น้ำท่วม เธอเล่าว่า ร่างของลูกชายถูกพบในอีกพื้นที่หนึ่ง 3 วันหลังเกิดเหตุ แต่เธอไม่มีโอกาสเดินทางไปพบร่างและบอกลาลูกเป็นครั้งสุดท้าย
เธอบอกว่า ยังคงฝันเห็นลูกชายและได้ยินเสียงลูกพูดในความฝันว่าทำไมแม่ถึงทิ้งผมไว้คนเดียว ทำให้เธอรู้สึกเศร้าอย่างมาก
เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กนักเรียนกำลังเดินทางไปโรงเรียน โดยอัสตา มาน ดังโกล ชาวเมืองนูวาคอตเล่าว่า เมื่อน้ำหลากมาอย่างรวดเร็ว นักเรียนที่โตกว่าสามารถวิ่งขึ้นที่สูงและหนีรอดได้ แต่เด็กเล็กที่วิ่งไม่ทัน รวมถึงครู 3 คน ถูกกระแสน้ำพัดหายไป
เร่งฟื้นฟูพื้นที่-สร้างที่พักชั่วคราว
หลังน้ำลด หลายชุมชนยังเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่พังเสียหาย ถนนถูกตัดขาด และโคลนกับซากปรักหักพัง เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเร่งเก็บกวาดพื้นที่ รวมถึงสร้างที่พักชั่วคราวให้ผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถกลับเข้าไปอาศัยในบ้านได้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับภารกิจระบุตัวผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยการตรวจดีเอ็นเอมีความสำคัญต่อการยืนยันตัวบุคคลและส่งมอบร่างคืนให้ครอบครัว
ด้านนายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ กล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรมในท้องถิ่น แต่เป็นสัญญาณเตือนโลกถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคหิมาลัย พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนการฟื้นฟูเนปาลและเพิ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรับมือภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังธารน้ำแข็งและมวลหินในพื้นที่หิมาลัยพังถล่มเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ก่อนทำให้เกิดน้ำหลากและสร้างความเสียหายอย่างหนักตามแนวแม่น้ำตรีชูลี โดยพื้นที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งได้รับความเสียหายและมีคนงานสูญหายจำนวนมาก.
ที่มา : ABCnews
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ