ประธานาธิบดีอิหร่านให้สัมภาษณ์ Fox News ย้ำเตหะรานไม่ต้องการสู้รบต่อ พร้อมทำข้อตกลงกับทรัมป์ หากสหรัฐฯ ยึดกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่สถานการณ์ฮูตี-ซาอุฯ ยังตึงเครียด

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายต้องตัดสินใจว่าจะยุติสงครามกับอิหร่านหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าเตหะรานไม่ต้องการสู้รบต่อ โดยให้สัมภาษณ์กับ Fox News ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 24 กันยายน ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป

เปเซชเคียนกล่าวว่า หากทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาได้ ก็ไม่ควรหันมาเข่นฆ่ากัน แต่เขากล่าวหาว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายยั่วยุและทำให้เกิดสงครามขึ้น พร้อมย้ำว่า อิหร่านไม่ต้องการสู้รบต่อ สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามนี้หรือไม่

ก่อนหน้านี้ เปเซชเคียนเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และกล่าวต่อที่ประชุมว่า อิหร่านจะไม่ยอมคุกเข่า ให้กับสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายยังมีการเจรจากันอยู่

อิหร่านพร้อมทำข้อตกลงกับทรัมป์

เปเซชเคียนยืนยันว่า อิหร่านยังพร้อมบรรลุข้อตกลงกับทรัมป์เพื่อยุติความขัดแย้ง โดยตั้งคำถามถึงข้อตกลงหยุดยิงที่ล่มไปก่อนหน้านี้ว่า เหตุใดหลังจากมีการลงนามข้อตกลงเพียง 2 สัปดาห์ จึงมีการโจมตีจนข้อตกลงพังลง

ผู้นำอิหร่านระบุว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันต้องการบรรลุข้อตกลงภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ อิหร่านก็พร้อมเดินหน้าเจรจา และไม่สำคัญว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบกับสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก แต่การหารือดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าครั้งสำคัญในทันที

"เปเซชเคียน" ปฏิเสธฮูตีรับคำสั่งจากอิหร่าน

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์การสู้รบในเยเมนระหว่างกลุ่มฮูตี ซึ่งถูกมองว่าได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับซาอุดีอาระเบียและกองกำลังเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากริยาด เปเซชเคียนปฏิเสธว่า กลุ่มฮูตีไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลอิหร่าน

เขาระบุว่า ฮูตีรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง และไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลอิหร่าน แม้เตหะรานจะมีการติดต่อกับกลุ่มดังกล่าว โดยย้ำว่าไม่มีความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และพันธมิตร รวมถึงซาอุดีอาระเบีย กล่าวหามาโดยตลอดว่าอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตี ซึ่งกำลังโจมตีซาอุดีอาระเบียด้วยขีปนาวุธ และสู้รบกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากริยาด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กันยายน ซาอุดีอาระเบียระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธวิถีโค้ง 6 ลูกที่ยิงโดยกลุ่มฮูตีได้ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่เมืองตาอิฟและเมืองยันบูบริเวณทะเลแดง ขณะที่ฮูตีอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายที่มีความสำคัญในกรุงริยาด และโรงงานของบริษัท Saudi Aramco ในเมืองยันบู

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และสามารถยึดพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนได้มากขึ้น ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือและการขนส่งพลังงานในภูมิภาคได้รับผลกระทบ.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ