หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กออกโรงเตือนว่า มีโอกาสที่รัสเซียจะเปิดฉากโจมตีอย่างจำกัดเข้าใส่ประเทศสมาชิกนาโตภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ผสมกับการโจมตีแบบไฮบริดเพื่อเล่นงานผู้สนับสนุนยูเครน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 ก.ย. 2569 ว่า หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กระบุว่า รัสเซียอาจเปิดฉากโจมตีทางทหารในขอบเขตจำกัดเข้าใส่ประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งถือเป็นคำเตือนที่ตรงไปตรงมาที่สุดจากหน่วยงานความมั่นคงของชาติตะวันตกในขณะนี้
หน่วยข่าวกรองกลาโหมแห่งเดนมาร์ก (DDIS) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีความเสี่ยงในระดับต่ำ แต่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่รัสเซียอาจเคลื่อนกำลังพลกลุ่มเล็กๆ ซึ่งอาจไม่ติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดๆ เข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือใช้อาวุธพิสัยไกลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการสนับสนุนยูเครน
“การดำเนินการดังกล่าวอาจรวมถึงการส่งกำลังทหารเข้าไปยังพื้นที่จำกัดภายในประเทศสมาชิกนาโตที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย โดยอาจอ้างเหตุผลเพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซียในพื้นที่” โทมัส อาเรนคีล หัวหน้าหน่วย DDIS กล่าวในการแถลงข่าว “โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแตกแยกภายในพันธมิตร”
แถลงการณ์ของเดนมาร์กถือเป็นคำเตือนที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับแผนการของรัสเซีย หลังจากมอสโกถูกกล่าวหาว่าโจมตีรูปแบบ "ไฮบริด" ในประเทศยุโรปหลายครั้งก่อนหน้านี้ รวมถึงเหตุการณ์โดรนโจมตีสนามบินไลป์ซิกในเยอรมนี และเรือของรัสเซียที่ยิงพลุแฟลร์ใส่เฮลิคอปเตอร์ของเดนมาร์กในทะเลบอลติก
หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กระบุว่า รัสเซียกำลังเผชิญกับแรงกดดันมากกว่าช่วงเวลาใดๆ นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 พร้อมเสริมว่า “ไม่มีแนวโน้ม” ที่รัสเซียจะสามารถมีการรุกคืบครั้งสำคัญในยูเครนได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า
เดนมาร์กเตือนอีกว่า รัสเซียจะยกระดับการโจมตีแบบไฮบริดต่อประเทศในยุโรป ซึ่งจะส่งผลกระทบที่ “รุนแรงยิ่งขึ้น” ต่อประเทศที่เป็นเป้าหมาย รวมถึง “การโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายจนส่งผลกระทบต่อการทำงานของสังคม ตลอดจนการก่อวินาศกรรมที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดผู้เสียชีวิต”
นายเยปเป บรูส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดนมาร์ก กล่าวว่า “รัสเซียกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันและไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในสงครามของตนเองได้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขามุ่งเป้าไปยังผู้ที่ให้การสนับสนุนแก่ยูเครน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมากเพียงใด”
หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กระบุเพิ่มเติมว่า พวกเขาเชื่อว่ามีโอกาสน้อยมากที่รัสเซียจะเปิดฉากบุกโจมตีประเทศสมาชิกนาโตอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสะสมกำลังพลนานถึง 6 เดือน แต่ก็ยังไม่สามารถตัดโอกาสทิ้งได้
หน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตกเคยออกมาเตือนไว้นานแล้วว่า รัสเซียอาจเบนความสนใจมายังประเทศสมาชิกนาโตภายใน 3 ถึง 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสงครามในยูเครนสิ้นสุดลง แต่ความกังวลเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยุโรปที่อุกอาจยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม การโจมตีแบบไฮบริด ซึ่งผสมการใช้อาวุธแบบดั้งเดิมกับการโจมตีทางไซเบอร์, ข่าวสาร หรือเศรษฐกิจและการเมืองเข้าด้วยกัน โดยไม่ประกาศสงครามตรงๆ ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะถือเป็นการโจมตีทางทหารตามมาตรา 5 (Article 5) ว่าด้วยการป้องกันร่วมกันของนาโต
หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยังคงเชื่อว่ารัสเซียจะต้องใช้เวลา 6 เดือน หากจะเปิดฉากทำสงครามระดับท้องถิ่นกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสมาชิกนาโต และต้องใช้ 2 ปีเพื่อเปิดฉากสงครามระดับภูมิภาค และ 5 ปีในการเปิดฉากสงครามขนาดใหญ่ในยุโรป
ทว่า หน่วยข่าวกรองเสริมว่า ในปัจจุบันพวกเขามองว่ารัสเซียสามารถยกระดับการเผชิญหน้ากับชาติตะวันตกได้ผ่านการยกระดับ การโจมตีแบบไฮบริด หรือการโจมตีทางทหารในขอบเขตจำกัดภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า "แม้ว่าสงครามในยูเครนจะยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม"
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : ft