รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือยืนยันว่า ประเทศจะคงสถานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร พร้อมปฏิเสธข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เกาหลีเหนือยังเดินหน้าทดสอบอาวุธและวิจารณ์ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น

โช ซอน ฮุย รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะคงอาวุธนิวเคลียร์ไว้ "ตลอดทุกยุคทุกสมัย" และสถานะการเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่าเป็นสถานะที่ “ไม่อาจย้อนกลับได้”

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวัน หลังประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า เกาหลีใต้ต้องการยับยั้งการเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธของเกาหลีเหนือ และผลักดันไปสู่การสร้างคาบสมุทรเกาหลีที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ในท้ายที่สุด

รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือยังวิจารณ์การหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ โดยทั้งสามประเทศย้ำจุดยืนสนับสนุนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์ และเรียกร้องให้เปียงยางกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา

เกาหลีใต้พยายามฟื้นการเจรจากับเกาหลีเหนือที่หยุดชะงักมานาน โดยประธานาธิบดีอีระบุว่า ต้องการวางพื้นฐานสำหรับการกลับมาเจรจาระหว่างเปียงยางกับกรุงวอชิงตันอีกครั้ง และกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ "ต้องการเจรจาอย่างชัดเจน"

ทรัมป์ ซึ่งเคยพบกับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ 3 ครั้งในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก กล่าวว่าเมื่อเดือนที่แล้วว่า เขามีแผนจะพบกับคิมอีกครั้งภายในปีนี้

ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ได้ทดสอบระบบจรวดหลายลำกล้องควบคุมขนาด 240 มิลลิเมตรที่ได้รับการปรับปรุง โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า อาวุธดังกล่าวสามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 115 กิโลเมตร

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าประเด็นนิวเคลียร์และความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีจะเป็นประเด็นสำคัญในการแถลงดังกล่าว.


ที่มา Yonhap / AFP