รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บุคลากร 8 นายในกองเรือโจมตีที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น" พยายามฆ่าตัวตายระหว่างภารกิจที่ยืดเยื้อ ซึ่งรวมถึงช่วงปฏิบัติการรบกับอิหร่าน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ขณะที่ประเด็นสภาพความเป็นอยู่และสุขภาพจิตของกำลังพลถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

ฮุง เกา รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บุคลากรกองทัพเรือสหรัฐฯ จำนวน 8 นาย ซึ่งสังกัดกองเรือโจมตีที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พยายามฆ่าตัวตายระหว่างการประจำการเป็นเวลานาน โดยตัวเลขดังกล่าวถูกเปิดเผยในจดหมายตอบคำถามของวุฒิสมาชิกเคิร์สเตน กิลลิแบรนด์ จากรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา

ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมกำลังพลจากหลายส่วนของกองเรือโจมตี ทั้งลูกเรือของเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น, ฝูงบินประจำเรือ เจ้าหน้าที่กองเรือโจมตีและฝูงเรือพิฆาต เรือพิฆาตคุ้มกัน ตลอดจนฝูงบินที่ปฏิบัติการจากเรือ โดยเคาระบุว่า ไม่มีบุคลากรคนใดเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายระหว่างภารกิจครั้งนี้

กองเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มีทหารเรือประมาณ 6,000-7,000 นาย ประจำการอยู่บนเรือราว 6 ลำ และเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้อยู่ในทะเลเป็นเวลานานหลายเดือน โดยภารกิจเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคมถูกขยายออกหลายครั้ง ก่อนเข้าร่วมปฏิบัติการในตะวันออกกลางและภารกิจรบกับอิหร่าน

กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า บนเรือมีทรัพยากรด้านสุขภาพจิตหลายรูปแบบ ได้แก่ อนุศาสนาจารย์ 5 นาย นักให้คำปรึกษาด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ทางคลินิก เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพพฤติกรรม และสุนัขช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อดูแลความต้องการด้านจิตใจและอารมณ์ของกำลังพล

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของทหารเรือจำนวนหนึ่งได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพจิตและสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยอ้างถึงภารกิจที่ยาวนาน การขาดแคลนเสบียง ปัญหาระบบประปา น้ำ และการไม่มีโอกาสแวะพักในท่าเรือเป็นเวลานาน ขณะที่กองทัพเรือยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ไม่พบหลักฐานว่ามีวิกฤตสุขภาพจิตบนเรือ และระบุว่ามีบุคลากรด้านการแพทย์และสุขภาพจิตพร้อมให้ความช่วยเหลือ

จดหมายของนายเกายังยืนยันว่า มีเหตุการณ์ทหารเรือคนหนึ่งพลัดตกลงจากเรือในช่วงต้นเดือนสิงหาคม แต่ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม ทหารเรืออีกคนหนึ่งพยายามกระโดดลงจากเรือ แต่เพื่อนร่วมงานสามารถหยุดไว้ได้ ก่อนจะได้รับการดูแลทางการแพทย์และเดินทางกลับสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา

ด้านวุฒิสมาชิกกิลลิแบรนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกองทัพประจำวุฒิสภา วิจารณ์การตอบสนองก่อนหน้านี้ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อรายงานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยเห็นว่าปัญหาดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง

ข้อมูลจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า การพยายามฆ่าตัวตายเป็นปัญหาที่กองทัพให้ความสำคัญ และสถิติด้านพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขอาจมีการปรับปรุงเมื่อการสอบสวนเหตุการณ์ต่าง ๆ เสร็จสิ้น

งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2025 ซึ่งศึกษาทหารเรือสหรัฐฯ 956 นาย พบว่า บุคลากรที่ประจำการบนเรือของกองทัพเรือเผชิญภาวะ “ความทุกข์ทางจิตใจอย่างรุนแรง” ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกำลังพลจากเหล่าทัพอื่น โดยงานวิจัยระบุปัจจัยกดดันเฉพาะของการใช้ชีวิตบนเรือ เช่น สภาพที่พักอาศัย เสียงรบกวน และตารางปฏิบัติงานที่หนักจนมีเวลานอนและพักผ่อนไม่เพียงพอ

เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เดินทางออกจากแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เดิมมุ่งหน้าไปยังทะเลจีนใต้ ก่อนถูกส่งไปยังตะวันออกกลาง และภารกิจถูกขยายออกหลายครั้ง ปัจจุบันเรือกำลังเดินทางกลับสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดภารกิจที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อเดินทางกลับ ลูกเรือได้แวะพักผ่อนที่ประเทศไทยระหว่างทางกลับ ก่อนเดินทางต่อไปยังสหรัฐฯ

กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า การประจำการครั้งนี้มีระยะเวลา 266 วัน และอยู่ในเขตการรบประมาณ 200 วัน พร้อมยืนยันว่าการดูแลสวัสดิภาพของกำลังพลเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของผู้บังคับบัญชา.


ที่มา CNN / BBC