กัมพูชาพาสื่อชมศูนย์สแกมเมอร์ที่ถูกสั่งปิด เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ก่อนที่จะมีการประชุมนานาชาติต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ในสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 ก.ย. 2569 ว่า กัมพูชาพาสื่อมวลชนชมอาคารของบริษัท เลเจนด์ อินโนเวชัน จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกสั่งปิด ซึ่งภายในพบทั้งแบงก์ดอลลาร์ปลอม และสถานีตำรวจจำลอง เพื่อสร้างภาพลักษณ์และยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่การประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งจะมีผู้แทนจาก 20 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ และจีน มาเข้าร่วมในวันพุธและพฤหัสบดีนี้

ทางการกัมพูชาพาชมศูนย์สแกมเมอร์พื้นที่กว่า 120 เฮกตาร์ (ราว 750 ไร่) ในจังหวัดไพรแวง ใกล้ชายแดนเวียดนาม ซึ่งเคยมีพนักงานราว 20,000 คน โดยภายในพบตู้โทรศัพท์เก็บเสียง, ธนบัตร 100 ดอลลาร์ปลอม, สโลแกนปลุกใจภาษาจีนอย่าง “รวยข้ามคืน” และห้องฉากหลังที่จำลองเป็นสถานีตำรวจสิงคโปร์ไว้ใช้ทำวิดีโอคอลหลอกเหยื่อ

"ฉาก" สถานีตำรวจสิงคโปร์ปลอม ในศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา


ศูนย์แห่งนี้เคยบริหารโดย เฉิน จื้อ ประธานกลุ่มบริษัท Prince Group และ หลี่ สง อดีตประธานของ Huione Group กลุ่มบริษัททางการเงินขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา โดยทั้งสองถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนแล้ว

ทางการกัมพูชาระบุว่า ได้ปิดศูนย์สแกมเมอร์ไปแล้ว 663 แห่ง เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ 86 แห่ง อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, และจับกุมผู้สงสัยเกือบ 30,000 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 15 คน

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตอนนี้ไม่มีศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่เหลืออยู่ในประเทศแล้ว แต่ยอมรับว่ากลุ่มอาชญากรได้ปรับตัว ย้ายไปทำงานตามบ้านเช่า โรงแรม หรือแม้แต่ในรถยนต์

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประเมินว่า ในปี 2568 เพียงปีเดียว ชาวอเมริกันถูกแก๊งสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลอกลวงเงินไปอย่างน้อย 18,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ล่าสุด สหรัฐฯ ประกาศจำกัดวีซ่าบุคคล 32 รายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรม โดยส่วนใหญ่สังกัด Prince Group ขณะที่ ส.ส. สหรัฐฯ เสนอให้คว่ำบาตร พล.ต.อ. เนตร สะเวือน (Neth Savoeun) รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จากข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์

สภาพภายในอาคารของบริษัท เลเจนด์ อินโนเวชัน จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ที่ถูกทางการกัมพูชาปิด
สภาพภายในอาคารของบริษัท เลเจนด์ อินโนเวชัน จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ที่ถูกทางการกัมพูชาปิด


อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์อาชญากรรมข้ามชาติมองว่า การกวาดล้างของกัมพูชาเป็นเพียง “การทำพอเป็นพิธี” เพื่อลดแรงกดดัน

ขณะที่เครือข่ายขนาดใหญ่, นอมินี, สถาบันการเงิน, และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการหลอกลวงออนไลน์ยังคงอยู่ครบถ้วน โดยแก๊งเหล่านี้สามารถกลับมาเปิดใหม่ได้ตลอดเวลา หรือเพียงแค่กระจายตัวไปยังพื้นที่ย่อยๆ หรือย้ายฐานไปยังประเทศข้างเคียงอย่างเมียนมาและลาว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna