กบฏฮูตีในเยเมนกำลังเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ภูเขาเพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดง ขณะที่มีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยกเลิกการโจมตีทางอากาศในกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ก.ย. 2569 ว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กำลังเดินหน้าบุกยึดเทือกเขา “คาห์บุบ” (Kahboub) ในจังหวัดทาอิซและลาฮิจ เพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดงออกจากพื้นที่ตอนใต้ที่ฝ่ายรัฐบาลเยเมน ซึ่งซาอุดีอาระเบียสนับสนุน ครอบครองอยู่

การยึดพื้นที่สูงนี้จะช่วยปกป้องกองกำลังของฮูตีบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandab) และช่วยเปิดแนวรบใหม่เพื่อขยายอิทธิพลได้

ด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานว่าการปะทะครั้งใหม่ซึ่งปะทุตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 700 ราย บาดเจ็บหลายพันคน และประชาชนกว่า 120,000 คนต้องพลัดถิ่น

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว New York Times รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกแผนการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ทหารเริ่มบรรทุกระเบิดขึ้นเครื่องบินแล้ว หลังจากซาอุดีอาระเบียร้องขอความช่วยเหลือโดยตรง

ในตอนแรกทรัมป์สั่งให้กระทรวงกลาโหมเตรียมพร้อมการโจมตีแล้ว แต่ในท้ายที่สุดเขาก็เปลี่ยนใจ โดยคาดว่าเป็นเพราะ เขาไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ถลำลึกเข้าไปในสงครามมากกว่านี้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและคะแนนนิยมในประเทศ

ทั้งนี้ การสู้รบในเยเมนกลับมาปะทุอีกครั้งนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มฮูตีได้เข้ายึดเมืองท่า โมคา และเกาะเปริม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณทางเข้าทะเลแดง ทำให้กลุ่มฮูตีสามารถเข้าถึงและควบคุมฝั่งตะวันออกของช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดนได้โดยตรง

กลุ่มฮูตีอ้างเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า ได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียจนเกิดควันไฟใกล้สนามบิน ขณะที่ฝ่ายซาอุฯ ยังคงทิ้งระเบิดใส่ตำแหน่งของฮูตีอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการรุกคืบได้

อนึ่ง การที่ฮูตีควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ คุกคามเส้นทางส่งออกน้ำมันทางเลือกของซาอุฯ โดยเรือสินค้าและเรือน้ำมันของซาอุฯ ต้องพึ่งพาเส้นทางทะเลแดงนี้ในการส่งออกไปยังเอเชียและยุโรป หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

แต่ตอนนี้ ซาอุดีอาระเบียต้องกลับไปพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยใช้วิธีปิดระบบติดตามเรือ แล้วถ่ายโอนน้ำมันกลางมหาสมุทรอินเดีย

สมรภูมิในเยเมนที่ดุเดือดยิ่งขึ้นทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอยู่ที่ราว 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เกิน 6.51 ดอลลาร์/กัลลอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna