พรรครัฐบาลเยอรมนีพ่ายแพ้ให้แก่พรรคฝ่ายขวาจัดในการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 2 รัฐ โดยนายกรัฐมนตรียอมรับตรงๆ ว่า ผลที่ออกมาถือเป็นภัยพิบัติ แต่ยืนยันจะไม่ลาออก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 2569 ผลเอ็กซิตโพลของการเลือกตั้งใน 2 รัฐระบุว่า พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ฝ่ายขวากลางของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ พ่ายแพ้อย่างหนัก โดยในรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น พรรค CDU เกือบจะไม่ได้เก้าอี้ในสภา ขณะที่พรรคฝ่ายขวาจัด “ทางเลือกเพื่อเยอรมนี” (AfD) คว้าชัยด้วยคะแนนราว 38%

ส่วนการเลือกตั้งที่กรุงเบอร์ลิน พรรคฝ่ายซ้าย (ดี ลิงเค) กลับขึ้นมาทำคะแนนนำ (ราว 24%–26%) เบียดแชมป์เก่าอย่างพรรค CDU ที่ได้คะแนนลดลงมาเหลือราว 20%

ก่อนหน้านี้ พรรค AfD เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะที่รัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ ด้วยคะแนนสูงถึง 43.8% ขณะที่พรรค CDU ของนายกฯ แมร์ซ พ่ายแพ้อย่างรุนแรง คะแนนลดลงเหลือเพียง 17.2% เท่านั้น

นายแมร์ซออกมายอมรับตามตรงว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็น "ภัยพิบัติ" สำหรับพรรค CDU แต่ถึงแม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักเรื่องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีกลางเทอม และคะแนนนิยมที่ตกต่ำหลังจากดำรงตำแหน่งมาได้เพียง 16 เดือน แต่นายแมร์ซยืนยันว่าจะ ไม่ลาออก จากตำแหน่ง

เขายืนยันจะเดินหน้าผลักดันแพ็กเกจปฏิรูปเศรษฐกิจ ภาษี และสวัสดิการสังคมต่อ โดยระบุว่าการปฏิรูปนี้เป็น "ยาพิษต้านทานลัทธิอำนาจนิยม" ที่กำลังแพร่กระจายในสังคม

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา นายแมร์ซพยายามปรับทิศทางของพรรคให้เอียงมาทางขวามากขึ้นในประเด็นเรื่องการรับผู้อพยพ แต่นักวิเคราะห์มองว่า การทำแบบนั้นนอกจากจะแย่งฐานเสียงจากพรรค AfD มาไม่ได้แล้ว ยังเสียฐานเสียงฝ่ายซ้ายของตัวเองไปอีกด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าพรรค AfD จะชนะได้คะแนนเสียงสูงสุดในหลายพื้นที่ แต่พรรคกระแสหลักยังคงปฏิเสธที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย เนื่องจากจุดยืนที่แตกต่างกันมากเกินไป รวมถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มนีโอนาซี ซึ่งส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมในระดับรัฐมีความซับซ้อนและไร้เสถียรภาพอย่างมาก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc