เกิดควันดำพวยพุ่งบริเวณสนามบินในเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย หลังจากรัฐบาลเพิ่งประกาศเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ ในขณะที่ความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีในเยเมนรุนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. 2569 เกิดควันดำหนาทึบพวยพุ่งบริเวณใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติ “คิง คาลิด” ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลเปิดสัญญาณเตือนภัยทางอากาศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเตือนประชาชนให้หลบอยู่ในอาคารบ้านเรือนตั้งแต่ความขัดแย้งกับกลุ่มกบฏฮูตี (Houthi) ในเยเมน ทวีความรุนแรงขึ้น
รายงานข่าวระบุว่า ประชาชนท้องถิ่นได้ยินเสียงระเบิดดังหลายครั้ง และมีรายงานว่าถังเก็บน้ำมันของบริษัท Aramco ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของซาอุฯ ใกล้กับสนามบิน ถูกไฟไหม้ โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าควบคุมเพลิง
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightRadar24 รายงานว่าเกิดปัญหาความล่าช้าและการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากที่สนามบินนานาชาติ คิง คาลิด
ก่อนหน้านี้ สำนักงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย ส่งข้อความเตือนภัยเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนในช่วงกลางดึก เพื่อเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ ก่อนจะยกเลิกการแจ้งเตือนในเช้าวันเสาร์ ขณะที่ทางการซาอุฯ ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้
ด้านนาย ยาห์ยา อัล-ซาเรีย โฆษกของกลุ่มฮูตีระบุว่า ซาอุฯ ได้เปิดการโจมตีกว่า 300 ครั้งทั่วเยเมนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตือนว่าการโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน จะไม่ถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการเอาคืน
กลุ่มฮูตีอ้างว่า พวกเขาเพิ่งยิงเครื่องบินขับไล่ของซาอุดีอาระเบีย ตกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และการโจมตีเข้าใส่กันระลอกล่าสุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 ศพ แบ่งเป็นฝั่งฮูตี 31 ราย และฝั่งรัฐบาลเยเมนที่ซาอุฯ สนับสนุน 17 ราย ขณะที่ UN รายงานว่า ความขัดแย้งล่าสุดนี้ทำให้มีประชาชนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นกว่า 104,796 คนแล้ว
ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีเข้ายึดเมืองท่า โมคา และเกาะเปริม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณทางเข้าทะเลแดง ทำให้กลุ่มฮูตีสามารถเข้าถึงและควบคุมฝั่งตะวันออกของช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดนได้โดยตรง
เรือสินค้าและเรือน้ำมันของซาอุฯ ต้องพึ่งพาเส้นทางทะเลแดงนี้ในการส่งออกไปยังเอเชียและยุโรป หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน แต่กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมและขู่โจมตีเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางมาจาก หรือมีจุดหมายปลายทางไปยังท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดย JP Morgan สถาบันการเงินระดับโลก ออกเตือนนักลงทุนว่า ไม่สามารถประเมินหรือสร้างแบบจำลองคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามครั้งนี้ได้ เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc