กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไขแก่ "นาจิบ ราซัก" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตกองทุน 1MDB โดยอนุญาตให้รับโทษที่เหลือภายใต้การกักบริเวณในบ้านจนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 หากชำระค่าปรับ 50 ล้านริงกิต หรือราว 408 ล้านบาท
สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม อิสกันดาร์ กษัตริย์แห่งมาเลเซีย พระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไขแก่นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งถูกจำคุกในคดีทุจริตกองทุน 1MDB โดยอนุญาตให้เขารับโทษที่เหลือภายใต้การกักบริเวณในบ้าน จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 หากชำระค่าปรับจำนวน 50 ล้านริงกิต หรือราว 408 ล้านบาท
แถลงการณ์ของฝ่ายกิจการกฎหมายภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมครั้งที่ 64 ของคณะกรรมการพระราชทานอภัยโทษสำหรับดินแดนสหพันธรัฐ ซึ่งครอบคลุมกรุงกัวลาลัมเปอร์ ลาบวน และปุตราจายา ในวันนี้ (18 ก.ย.) หลังจากการพิจารณาคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษของนาจิบถูกเลื่อนจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน
แถลงการณ์ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิมทรงมีพระราชดำริพระราชทาน "อภัยโทษแบบมีเงื่อนไข" แก่นายนาจิบ โดยอนุญาตให้รับโทษที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านจนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องชำระค่าปรับ 50 ล้านริงกิต และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
หากนาจิบฝ่าฝืนเงื่อนไขใด ๆ พระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไขจะถูกเพิกถอน และเขาจะต้องกลับไปรับโทษจำคุกในเรือนจำทันที อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกักบริเวณในบ้าน
นาจิบ วัย 73 ปี เริ่มรับโทษจำคุกที่เรือนจำกาจังเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 หลังศาลสูงสุดของมาเลเซียยืนตามคำพิพากษาว่าเขามีความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับการนำเงิน 42 ล้านริงกิต หรือประมาณ 10.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นอดีตหน่วยงานในเครือกองทุน 1Malaysia Development Berhad หรือ 1MDB เข้าบัญชีธนาคารของเขา
เดิมศาลพิพากษาในปี 2020 ให้จำคุกนาจิบ 12 ปี และปรับ 210 ล้านริงกิต ในความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ ละเมิดความไว้วางใจทางอาญา และฟอกเงิน
ต่อมาในเดือนมกราคม 2024 คณะกรรมการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งขณะนั้นมีสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอับดุลลาห์ อะหมัด ชาห์ เป็นประธาน มีมติลดโทษจำคุกลงครึ่งหนึ่งจาก 12 ปี เหลือ 6 ปี และลดค่าปรับจาก 210 ล้านริงกิต เหลือ 50 ล้านริงกิต ส่งผลให้กำหนดพ้นโทษเดิมอยู่ที่วันที่ 23 สิงหาคม 2028
ก่อนหน้านี้ นาจิบอ้างว่าอดีตกษัตริย์สุลต่านอับดุลลาห์ทรงมีคำสั่งเพิ่มเติม อนุญาตให้เขารับโทษที่เหลือที่บ้าน แต่ศาลสูงมาเลเซียเคยวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากเรื่องการกักบริเวณในบ้านไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพระราชทานอภัยโทษในการประชุมเดือนมกราคม 2024
แม้การพระราชทานอภัยโทษครั้งล่าสุดจะเปิดทางให้นาจิบรับโทษคดีแรกที่บ้าน แต่เขายังเผชิญโทษจำคุกอีกคดีหนึ่ง ในเดือนธันวาคม 2025 นาจิบถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและฟอกเงิน จากเงินมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกโอนเข้าสู่บัญชีของเขาจากกองทุน 1MDB ซึ่งเป็นคดีสำคัญอีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทุนดังกล่าว
ศาลพิพากษาให้จำคุกเพิ่มอีก 15 ปี และปรับ 11,400 ล้านริงกิต หรือประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโทษจำคุกคดีใหม่นี้จะเริ่มนับหลังจากนาจิบสิ้นสุดโทษจากคดีแรก และเขาอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำพิพากษา
นาจิบก่อตั้งกองทุน 1MDB ไม่นานหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2009 โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนกล่าวหาว่า มีเงินอย่างน้อย 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐถูกยักยอกจากกองทุนและนำไปฟอกผ่านบัญชีธนาคารหลายชั้นในสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เงินดังกล่าวถูกกล่าวหาว่านำไปใช้สนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด รวมถึงซื้ออสังหาริมทรัพย์ เรือยอชต์หรู งานศิลปะ และเครื่องประดับราคาแพง
คดีอื้อฉาว 1MDB กลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียปี 2018 ซึ่งนำไปสู่ความพ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์ของพรรคแนวร่วมแห่งชาติ หรือบาริซัน เนชันแนล ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2500
แม้ถูกตัดสินว่ามีความผิดและจำคุก แต่นาจิบยังคงมีอิทธิพลภายในพรรคองค์การสหชาติมาเลย์ หรือ UMNO ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสมที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม
การพระราชทานอภัยโทษครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังคณะกรรมการพระราชทานอภัยโทษเลื่อนการพิจารณาคำร้องของนาจิบไปยังการประชุมครั้งถัดไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน ก่อนจะมีการเรียกประชุมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18 กันยายนและมีมติให้กักบริเวณนาจิบที่บ้านภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว
การใช้การกักบริเวณในบ้านเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอภัยโทษครั้งนี้ถือเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในมาเลเซีย และมีแนวโน้มทำให้เกิดการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตพระราชอำนาจ กระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ต้องโทษในคดีทุจริตที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศ.
ที่มา Malay Mail / The Straits Times / Associated Press