เหตุอาคารสูง 6 ชั้นในฉนวนกาซาพังถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ โดยเป็นเด็กถึง 8 ราย ขณะที่หน่วยงานสหประชาชาติเตือนว่า ยังมีอาคารอีกกว่า 400 แห่งที่เสี่ยงพังลงมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุอาคารสูง 6 ชั้น ในเขตตัล อัล-ฮาวา (Tal al-Hawa) ของเมืองกาซาซิตี้ ถล่มเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 45 ราย

อาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว จนอยู่ในสภาพเอียงอย่างน่ากลัว แต่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเข้าอยู่อาศัยเนื่องจากไม่มีที่ไป

ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอาคารถล่มครั้งนี้เผชิญกับ ความยากลำบากและข้อจำกัดอย่างรุนแรง ในระยะแรก เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันพลเรือนและอาสาสมัครต้อง ใช้มือเปล่าในการขุดและรื้อซากอิฐปูน เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เนื่องจากขาดแคลนเครื่องจักรและอุปกรณ์กู้ภัย

ต่อมา มีทีมช่วยเหลือจากสหประชาชาติ (UN) และทีมกู้ภัยจากอียิปต์เข้าร่วมภารกิจค้นหา และเริ่มมีการขอยืมหรือใช้อุปกรณ์เครื่องจักรหนักบางส่วนมาช่วยในการรื้อถอน อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดำเนินไปได้ช้ามาก เพราะเครื่องจักรที่เหลืออยู่ในพื้นที่ขาดแคลนทั้ง น้ำมันเครื่อง และอะไหล่ ในการเปิดใช้งาน

หลังจากดำเนินค้นหาอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงบ่ายวันพุธ เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าได้สิ้นสุดปฏิบัติการค้นหาแล้ว โดยพบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ สงครามในฉนวนกาซาดำเนินมานานเกือบครบ 3 ปีแล้ว โดยสหประชาชาติประเมินว่า อาคารและสิ่งปลูกสร้างราว 80% ในกาซาได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ส่งผลให้ประชากรกว่า 1.9 ล้านคน หรือ 90% ของประชากรทั้งหมด ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ด้านผู้แทนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เตือนว่ามีอาคารที่ได้รับความเสียหายจากสงครามอีกราว 400 แห่งทั่วกาซาที่เสี่ยงถล่มลงมาทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว

สหประชาชาติเรียกร้องให้อิสราเอลอนุมัติการส่งมอบเครื่องจักรหนักสำหรับการกู้ภัย รวมถึงเต็นท์และอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ เพื่อช่วยเหลือผู้พลัดถิ่น ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลระบุว่าจำเป็นต้องจำกัดการขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธนำเครื่องจักรไปใช้ทางการทหาร


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc