รัฐมนตรีของอินโดนีเซียเตือนว่า สถานการณ์ไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาจลากยาวไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากฤดูฝนจะมาถึงช้ากว่าที่คาดการณ์เอาไว้

เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ย. 2569 นายราชา จูลี แอนโทนี รัฐมนตรีกระทรวงการป่าไม้ของอินโดนีเซียออกกับสื่อท้องถิ่นว่า สถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในหลายพื้นที่ของประเทศ อาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากคาดว่าฤดูฝนจะมาช้ากว่าปกติ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนหยุดใช้วิธีเผาเพื่อแผ้วถางที่ดินในช่วงที่เผชิญภัยแล้งยาวนาน

อินโดนีเซียกำลังรับมือกับไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี หลังจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ส่งผลให้ป่าไม้และทุ่งหญ้าทั่วประเทศแห้งแล้งอย่างหนัก

ไฟป่าได้ลุกลามโหมกระหน่ำมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา ซึ่งนายราชา จูลี เตือนไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนแล้วว่า สภาพอากาศแห้งแล้งจะเลวร้ายถึงขีดสุดในเดือนนี้ ส่งผลให้การควบคุมการปะทุของไฟป่าตามฤดูกาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

ล่าสุดในวันพุธ นายราชา จูลี คาดการณ์ว่า สภาพอากาศแห้งแล้งจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยเดือนครึ่ง เนื่องจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของประเทศได้ปรับการคาดการณ์จุดเริ่มต้นของฤดูฝนไปเป็นปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ราวหนึ่งเดือน

“ไฟป่าเหล่านี้จะยังคงอยู่กับเราไปจนถึงเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน” นายราชา จูลี กล่าว ตามรายงานของ Kompas.com เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น “ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้ประชาชน เกษตรกร และภาคบริษัทเอกชน งดเว้นการใช้ไฟในช่วงเวลาที่เอลนีโญทวีความรุนแรงมากเช่นนี้”

สถานการณ์ไฟป่านอกจากจะส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยและการเดินทางแล้ว ประชาชนจำนวนมากใน 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า ก็ล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ โดยจำนวนล่าสุดพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวแตะระดับ 113,336 ราย ในช่วงวันที่ 1 ถึง 9 ก.ย. หนักที่สุดอยู่ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก

ควันไฟป่ายังลอยข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ส่งผลให้ระดับคุณภาพอากาศลดต่ำลงไปอยู่ในระดับที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ

สำนักข่าวเบอร์นามา (Bernama) ของรัฐบาลมาเลเซีย รายงานว่า อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะหยิบยกประเด็นเรื่องหมอกควันที่ลอยข้ามประเทศนี้ มาหารืออย่างเป็นทางการในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. จนถึงวันที่ 20 ก.ย.

เขากล่าวว่า มาเลเซียให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางการทูตระยะยาวและมาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน “มาตรการทางการทูตต้องดำเนินควบคู่ไปกับความพยายามทางเทคนิค ซึ่งต้องอาศัยเจ้าหน้าที่จากประเทศเพื่อนบ้านและรัฐต่างๆ ของมาเลเซีย”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna