กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียกล่าวหากลุ่มกบฏฮูตีว่า พยายามส่งโดรนโจมตีเมืองเมกกะ ซึ่งเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม พร้อมเตือนว่า นี่เป็นเส้นแดงที่ไม่อาจข้ามได้
เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ย. 2569 กองกำลังพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังต่อสู้กับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ออกมากล่าวหากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ว่า เล็งเป้าโจมตีเมืองเมกกะ ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ส่งผลให้เกิดความโกรธแค้นไปทั่วโลกมุสลิม
แถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาสามารถยิงทำลายโดรนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเมกกะได้สำเร็จ พร้อมประกาศกร้าวว่า กองกำลังพันธมิตรจะดำเนินการตอบโต้ เนื่องจาก "ความปลอดภัยของมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งและผู้แสวงบุญถือเป็นเส้นแดง (red line) ที่ไม่อาจข้ามได้"
“กองกำลังพันธมิตรจะไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นและเด็ดขาดเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้ายฮูตี”
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียมีการประกาศแจ้งเตือนการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในเมืองเมกกะและหลายพื้นที่ทางตอนใต้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชาวเมือง แต่ชีวิตประจำวันยังดำเนินไปตามปกติ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีออกมาตอบโต้ทันทีว่า แถลงการณ์ของกองกำลังซาอุฯ เป็นเรื่อง “โกหก” โดย ฮาเซม อัล-อัสซาด จากสำนักการเมืองของกลุ่มฮูตี โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า "ข้อกล่าวหาเรื่องการเล็งเป้าโจมตีเมืองเมกกะเป็นเรื่องโกหกซ้ำซากที่เคยถูกนำมาใช้มาก่อน และไม่สามารถหลอกใครได้อีกต่อไป"
อนึ่ง เมืองเมกกะเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม เนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของพระศาสดามูฮัมหมัด และเป็นจุดเริ่มต้นที่อัลกุรอานได้รับการเปิดเผยครั้งแรกที่ถ้ำฮิรออ์ ในแต่ละปีจะมีผู้แสวงบุญจำนวนหลายล้านคนเดินทางมาจากเมืองแห่งนี้ เพื่อร่วมในการประกอบพิธีฮัจญ์
"ฉันจะไม่ปิดบังเลยว่าพวกเรากลัว" ชาวเมืองเมกกะซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามบอกกับสำนักข่าว AFP "หรือจะเรียกว่าตกใจก็ได้ พวกเขาไม่ใช่คนมุสลิมหรือไง? พวกเขากำลังเล็งเป้ามาที่เมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มันมีอะไรข้างในให้ต้องตกเป็นเป้าหมายกัน?"
เมืองเมกกะเป็นที่ตั้งของกองกำลังความมั่นคงจำนวนมาก เพื่อควบคุมฝูงชนและคุ้มกันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างพิธีฮัจญ์ประจำปี โดยระหว่างการแสวงบุญในปีนี้ กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเพิ่งเผยแพร่วิดีโอแสดงระบบป้องกันทางอากาศอันทันสมัยที่ติดตั้งอยู่บริเวณชานเมืองเมกกะ
องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยชาติมุสลิม 57 ประเทศ ออกมาประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตี โดยระบุว่าเป็น "การโจมตีอันป่าเถื่อนต่อเมืองเมกกะและเมืองมะดีนะฮ์”
ทั้งนี้ การสู้รบครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ปะทุขึ้นมาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม และดึงเอาซาอุดีอาระเบียเข้ามาพัวพัน โดยกลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อเรือของซาอุฯ ในทะเลแดง เพื่อสกัดการขนส่งน้ำมัน
เมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มฮูตียึดพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนและช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab al-Mandab) ได้ทั้งหมด ในขณะที่ยกระดับการโจมตีเข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุฯ อย่างต่อเนื่อง
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ร้องขอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงช่วยเหลือด้านข่าวกรองและการวางแผนแก่กองทัพซาอุฯ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna
