บรรดาศิลปินและวงดนตรีสนับสนุนทั้งหมดในทัวร์คอนเสิร์ตของ "เอ็ด ชีแรน" ประกาศถอนตัวทั้งหมด หลังแร็ปเปอร์ดัง "แมคเคลมอร์" ถูกผู้จัดปลดจากรายชื่อศิลปินร่วมทัวร์ จากกรณีแสดงจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์ ขณะที่ ชีแรน ออกมาแจงไม่ได้เป็นคนสั่งปลด เผยตนเองรู้สึกตกใจกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์แต่เลือกที่จะไม่ใช้เวทีอาชีพของตนในการแสดงจุดยืนทางการเมือง เนื่องจากผู้ชมของเขารวมถึงเยาวชนและเด็กมาจากหลากหลายภูมิหลัง

ศิลปินที่เหลือทั้งหมดซึ่งทำหน้าที่เป็นศิลปินเปิดการแสดงในทัวร์คอนเสิร์ตสหรัฐฯ ของเอ็ด ชีแรน ประกาศถอนตัวจากทัวร์ หลังแร็ปเปอร์ "แมคเคลมอร์" ถูกถอดออกจากรายชื่อศิลปินร่วมทัวร์ เนื่องจากแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และวิพากษ์วิจารณ์สงครามในฉนวนกาซาบนเวที

หนึ่งในศิลปินที่ถอนตัวคือ "ฟินเนียส" (Finneas) พี่ชายของนักร้องสาวบิลลี ไอลิช ซึ่งระบุในแถลงการณ์ว่า ศิลปินไม่ควรถูกปิดปากเมื่อออกมาพูดถึงผู้ที่ถูกกดขี่ ขณะที่นักร้องและนักแต่งเพลงชาวไอริช "แอรอน โรว์" (Aaron Rowe) และวงดนตรีจากเดนมาร์ก "ลูคัส แกรแฮม" (Lukas Graham) ก็ประกาศถอนตัวเช่นกัน ส่วนวงโฟล์กไอริช Beoga ซึ่งขึ้นแสดงร่วมกับวีแรนบนเวทีทุกคืน ก็ถอนตัวจากทัวร์ด้วย

การประกาศถอนตัวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังชีแรนออกแถลงการณ์ว่า เขาจะไม่เข้าร่วมการถกเถียงเรื่องฉนวนกาซาในที่สาธารณะ และยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจถอดแมคเคลมอร์ออกจากทัวร์

เอ็ด ชีแรน ระบุผ่านอินสตาแกรมว่า การถอดแมคเคลมอร์เป็นการตัดสินใจของผู้จัดงาน ไม่ใช่การตัดสินใจของเขา พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องการทำให้แฟนเพลงที่วางแผนมาชมการแสดงผิดหวัง และไม่ต้องการทอดทิ้งทีมงานทัวร์ ศิลปินเปิดการแสดง และนักดนตรีคนอื่น ๆ ที่พึ่งพางานดังกล่าวในการดำรงชีพ

ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน แมคเคลมอร์ หรือชื่อจริง "เบนจามิน แฮกเกอร์ตี" ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตของชีแรนที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ 2 รอบ และเรียกร้องให้ "ปลดปล่อยปาเลสไตน์" พร้อมนำภาพความเสียหายในฉนวนกาซาขึ้นบนจอขนาดใหญ่ระหว่างการแสดงเพลง "Hind's Hall" ซึ่งเป็นเพลงที่สนับสนุนการประท้วงของกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา

การแสดงดังกล่าวได้รับเสียงเชียร์จากผู้ชมบางส่วน แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ สภาอิสราเอล-อเมริกันเปิดคำร้องเรียกร้องให้ถอดแมคเคลมอร์ออกจากทัวร์ ขณะที่กลุ่ม StopAntisemitism กล่าวหาว่าเขานำเนื้อหาทางการเมืองมาแสดงต่อผู้ชมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

คืนถัดมาแมคเคลมอร์กลับขึ้นเวทีอีกครั้งและกล่าวถึงผู้ชมชาวยิวโดยตรงว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิสราเอล การต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว และการต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่ได้หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ชาวยิว พร้อมกล่าวว่าต้องการให้ประชาชนในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกลืม

อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองเป็นการป้องกันตนเองและดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ

อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา หลังกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธที่ร่วมปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มฮามาส ระบุว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลแล้วมากกว่า 73,780 คน โดยตัวเลขดังกล่าวได้รับการพิจารณาว่าน่าเชื่อถือโดยสหประชาชาติ

หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องหลายวัน แมคเคลมอร์ประกาศเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่าเขาถูกถอดออกจากรายชื่อศิลปินร่วมทัวร์ โดยกล่าวหาว่า โรเบิร์ต คราฟต์ มหาเศรษฐีและเจ้าของสนามยิลเล็ตต์ สเตเดียม ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นผู้ดำเนินการผลักดันให้เขาถูกถอดออก

คราฟต์ ซึ่งเคยว่าจ้างเอ็ด ชีแรนให้ไปแสดงในงานแต่งงานของเขา ยืนยันว่าเป็นผู้ตัดสินใจไม่ให้แมคเคลมอร์ขึ้นแสดงที่สนามของเขา โดยระบุว่าจะไม่เปิดพื้นที่ให้กับ "คำพูดแสดงความเกลียดชัง" และกล่าวหาแมคเคลมอร์ว่ามีประวัติการใช้ถ้อยคำที่ต่อต้านชาวยิว

คราฟต์ระบุด้วยว่า เขาเห็นด้วยกับแมคเคลมอร์ว่ามีผู้เสียชีวิตมากเกินไปและมีความทุกข์ทรมานมากเกินไป แต่การนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วนและไม่กล่าวถึงการกระทำของกลุ่มฮามาสเป็นสิ่งที่ไม่ตรงไปตรงมา และอาจเพิ่มความแตกแยกและความเกลียดชัง

ด้าน Messina Touring Group ผู้จัดทัวร์ บอกกับนิตยสารโรลลิงสโตนว่า สถานที่จัดคอนเสิร์ตหลายแห่งแจ้งว่าจะไม่อนุญาตให้แมคเคลมอร์ขึ้นแสดง ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกทัวร์และส่งผลกระทบต่อแฟนเพลงหลายแสนคน

ศิลปินหลายรายที่ถอนตัวจากทัวร์ระบุว่า บทบาทของคราฟต์มีส่วนต่อการตัดสินใจของพวกเขา โดยลูคัส แกรแฮม ระบุว่า "เงินไม่ได้ทำให้ใครมีสิทธิ์เป็นเจ้าของบทสนทนา" และไม่ควรให้ฐานะทางการเงินของใครเป็นตัวกำหนดว่าใครจะมีสิทธิ์พูด หรือความทุกข์ทรมานของใครควรได้รับการยอมรับ

ขณะที่ แอรอน โรว์ กล่าวว่า เขาไม่ได้ตัดสินใจถอนตัวโดยง่าย พร้อมยืนยันว่าชีแรนเป็นเพื่อนและมีส่วนเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาอย่างมาก ส่วนวง Beoga ระบุว่า การได้แสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากทุกคืนเป็นความฝันของนักดนตรี แต่พวกเขาไม่สามารถยอมรับการแสดงในสถานที่ที่ปิดกั้นผู้ที่เรียกร้องให้มีปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ

ด้านชีแรน ระบุว่าเขา "รู้สึกตกใจกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์" และมองว่าความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดของผู้คนทั้งสองฝ่ายเป็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์ แต่เลือกที่จะไม่ใช้เวทีอาชีพของตนในการแสดงจุดยืนทางการเมือง เนื่องจากผู้ชมของเขารวมถึงเยาวชนและเด็กมาจากหลากหลายภูมิหลัง ชีแรนยืนยันว่า ศิลปินทุกคนที่ร่วมทัวร์ รวมถึงแมคเคลมอร์มีสิทธิ์เลือกเพลงที่จะนำมาแสดงด้วยตนเอง

ขณะแมคเคลมอร์กล่าวว่า เขาเข้าใจสถานการณ์ที่ยากลำบากของชีแรน แต่เห็นว่าชีแรนเลือกที่จะไม่แสดงจุดยืนต่อประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่า การแสดงจุดยืนทางการเมืองอาจทำให้สูญเสียรายได้ การสนับสนุนจากแบรนด์ งานเทศกาล ความสัมพันธ์ และโอกาสในการทำงานต่าง ๆ

แมคเคลมอร์กล่าวว่า แม้เขาจะได้ขึ้นแสดงในทัวร์เพียง 2 รอบ แต่หากคำพูดของเขาสามารถทำให้สังคมหันกลับมาพูดถึงปาเลสไตน์ได้อีกครั้ง เขาก็มองว่านั่นคือทัวร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา.


ที่มา BBC