Kennedy Center เตรียมปิดปรับปรุงครั้งใหญ่นาน 2 ปี หลังศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งห้ามเพิ่มชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ด้านหน้าอาคารโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ขณะที่ทรัมป์ยืนกรานให้เพิ่มชื่อ
กลายเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่องสำหรับ ศูนย์ศิลปะการแสดงจอห์น เอฟ. เคนเนดี (Kennedy Center) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังคณะกรรมการบริหารลงมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน ให้ปิดศูนย์เพื่อดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่ ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 2 ปี และมีงบประมาณโครงการประมาณ 257 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 8,000 ล้านบาท
การลงมติดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลัง คริสโตเฟอร์ คูเปอร์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับความพยายามของคณะกรรมการที่จะเพิ่มชื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงบนด้านหน้าอาคารเป็นครั้งที่ 2 โดยศาลระบุว่าคณะกรรมการไม่มีอำนาจเพิ่มอนุสรณ์หรือเปลี่ยนชื่อพื้นที่เพื่อเป็นเกียรติแก่ทรัมป์ หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
คณะกรรมการ Kennedy Center มีทรัมป์เป็นประธาน และสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทรัมป์แต่งตั้ง หลังจากทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เขาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางของศูนย์ รวมถึงผลักดันแผนปรับปรุงอาคารและเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของสถาบัน
ด้านทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social หลังมีคำสั่งศาลระบุว่า การปรับปรุงและบูรณะ Kennedy Center จะยังไม่เริ่มต้นจนกว่าศาลอุทธรณ์จะพิจารณาคำสั่งดังกล่าว และหากคำตัดสินยังไม่เปลี่ยนแปลง เขาระบุว่างานปรับปรุงจะไม่เกิดขึ้น
ข้อพิพาทเรื่องชื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีนี้ โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการเคยนำชื่อทรัมป์ไปใส่บนด้านหน้าอาคาร ก่อนที่ผู้พิพากษาคูเปอร์จะมีคำสั่งให้ถอดออกในเดือนพฤษภาคม และคนงานได้ถอดชื่อออกในเดือนมิถุนายน
Kennedy Center ซึ่งเปิดดำเนินการในปี 1971 เป็นอนุสรณ์สถานที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี และเป็นสถานที่สำคัญด้านศิลปะการแสดงของสหรัฐฯ โดยเป็นที่ตั้งของ Washington National Opera และ National Symphony Orchestra รวมถึงเป็นสถานที่จัดงาน Kennedy Center Honors เป็นประจำทุกปี
ในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา ศิลปินหลายรายยกเลิกการแสดง ขณะที่ Washington National Opera และ National Symphony Orchestra ต้องหาสถานที่จัดแสดงแห่งอื่น ส่งผลให้รายได้ของศูนย์ลดลงอย่างมาก โดยคณะกรรมการระบุว่าสถานะทางการเงินของศูนย์อยู่ในภาวะเปราะบาง และมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายค่าแรงและค่าบำรุงรักษา
ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องอำนาจในการเปลี่ยนชื่อยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย โดยศาลระบุว่า Kennedy Center ถูกกำหนดให้เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเคนเนดีตามกฎหมายที่สภาคองเกรสให้ความเห็นชอบ ดังนั้นการเพิ่มชื่อบุคคลอื่นในลักษณะเป็นอนุสรณ์จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงทำให้อนาคตของ Kennedy Center ยังคงอยู่ท่ามกลางทั้ง ข้อพิพาททางกฎหมาย แผนปรับปรุงอาคาร และความขัดแย้งเรื่องการเพิ่มชื่อทรัมป์ โดยฝ่ายกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าวแล้ว.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ