เจ้าหน้าที่จีนหลายคนออกมาตอบโต้สหรัฐฯ ที่สร้างวาทกรรมเรื่องการแข่งขันด้านการพัฒนา AI กับจีน ชี้การแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก
เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 นายกัว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ชี้ว่าการสร้างวาทกรรมเรื่องความคุกคามและการแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนา AI แบบเปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ส่วนนาย เฉิน อี้ซิน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งรัฐของจีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่าจีนต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนากับความมั่นคง พร้อมเตือนภัยจากการถูกขั้วตรงข้ามนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด และเรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับนานาชาติ
ขณะเดียวกัน จีนยังคงชูนโยบาย Open-source โดยจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้าน AI โลก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเสนอสร้างชุมชน AI แบบโอเพนซอร์สในการประชุม BRICS เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการกำกับดูแล AI ในระดับสากล
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเกิดขึ้นหลังจาก ผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำ เช่น ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของบริษัท Anthropic กับ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงขั้นวิกฤตของ AI ที่อาจส่งผลถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการชะลอความเร็วในการพัฒนาที่สอดคล้องกัน
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการให้ชะลอความเร็วในการพัฒนา AI ลง โดยเน้นย้ำว่าความสำคัญสูงสุดคือการทำให้สหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่าจีน โดยมองว่า “ผู้ที่ชนะในศึก AI คือผู้ชนะในเกมระดับโลก”
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า การทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เรื่องการพัฒนา AI นั้น เป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมองว่าเทคโนโลยีนี้คือหัวใจสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามใส่ประเด็น AI เข้าไปในวาระการเจรจาระหว่างสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า เนื่องจากความพ่ายแพ้ในศึก AI ถูกมองว่าเป็นการสูญเสียโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์แห่งยุคอุตสาหกรรมใหม่
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc