โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างเยือนไอร์แลนด์ว่า สหรัฐฯ อาจจะเข้าไปอยู่ในอิหร่านแล้วเก็บน้ำมันเอาไว้ เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา โดยย้ำความคาดหวังว่า สงครามอิหร่านจะจบลงภายในปีนี้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า สหรัฐฯ อาจจะเข้าไปอยู่ในอิหร่านแล้ว “เก็บน้ำมันเอาไว้” โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่สหรัฐฯ ผลักดันเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันดิบมหาศาลถึง 1 ใน 5 ของเวเนซุเอลา
ระหว่างการเดินทางเยือนไอร์แลนด์เพื่อประชุมและชมการแข่งขันกอล์ฟรายการ “ไอริช โอเพน” (Irish Open) ทรัมป์ได้ย้ำอีกครั้งว่าเขายังคงคาดหวังให้สงครามอิหร่านยุติลงภายในปีนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
นายทรัมป์เสริมด้วยว่า ราคาน้ำมันเบนซินจะ “ร่วงลงอย่างรวดเร็วเหมือนก้อนหินหล่น” ทันทีที่สงครามอิหร่านสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดน้ำมัน โดยบรรดานักวิเคราะห์และผู้ซื้อน้ำมันต่างคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ (14 ก.ย.) หลังจากเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ก่อน
โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำอีกว่า เขาจะยอมทำเฉพาะ “ข้อตกลงที่ถูกต้อง” เท่านั้น และจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่ “ไม่เข้าท่า” พร้อมกล่าวเสริมว่าฝ่ายอิหร่านได้ “โทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง” เพื่อขอเจรจาสันติภาพ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลเตหะรานเคยออกมาปฏิเสธก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้เปิดเผยอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคือการมีบทบาทในอิหร่านต่อไป โดยเขาได้ยกตัวอย่างเปรียบเปรยกับข้อตกลงที่สหรัฐฯ ทำกับเวเนซุเอลา ซึ่งเปิดเผยไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
“ในท้ายที่สุดเราจะถอนตัวออกมา (ออกจากอิหร่าน) เว้นแต่ว่าเราจะตัดสินใจอยู่ต่อและยึดน้ำมันเอาไว้ เหมือนอย่างที่เราทำกับเวเนซุเอลา” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า รายได้ที่สหรัฐฯ ได้รับจากเวเนซุเอลานั้น “คุ้มค่าเกินค่าใช้จ่ายในสงครามไปหลายเท่าตัวแล้ว”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna
