รัฐบาลเมียนมาประกาศเพิกถอนสถานะ "จอ โม ตุน" ออกจากการเป็นผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ โดยกล่าวหาว่าดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ใช้ทรัพย์สินและเงินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำงานร่วมกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG พร้อมประสานตำรวจสากลและทางการสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย

รัฐบาลเมียนมาประกาศว่า "จอ โม ตุน" ผู้แทนถาวรเมียนมาประจำสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กำลังดำเนินกิจกรรมที่รัฐบาลระบุว่าเป็น "การกระทำที่ผิดกฎหมาย" พร้อมประกาศถอดถอนและยกเลิกสถานะของเขาในฐานะผู้แทนของเมียนมา

กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุในแถลงการณ์เผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐว่า จอ โม ตุน ถูกให้ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและแนวทางของรัฐบาล รวมทั้งถูกกล่าวหาว่ากระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐและแสดงความจงรักภักดีต่อองค์กรที่รัฐบาลเมียนมาประกาศว่าเป็นองค์กรผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 หรือเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการรัฐประหาร จอ โม ตุน ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้นานาชาติไม่ยอมรับความชอบธรรมของกองทัพเมียนมาที่เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

จอ โม ตุน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรเมียนมาประจำยูเอ็นโดยรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งนำโดย อองซาน ซูจี ก่อนรัฐบาลดังกล่าวถูกกองทัพยึดอำนาจในปี 2564 และเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อในเมียนมา

แม้รัฐบาลทหารจะประกาศปลดจอ โม ตุนออกจากราชการ แต่สถานะของเขาในฐานะผู้แทนถาวรเมียนมาประจำยูเอ็นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจาก คณะกรรมการรับรองหนังสือแต่งตั้งผู้แทนของยูเอ็น ยังคงเลื่อนการพิจารณาว่าใครควรเป็นผู้แทนเมียนมาประจำสหประชาชาติ โดยคาดว่าคณะกรรมการจะประชุมหลังการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นที่นครนิวยอร์กในช่วงปลายเดือนนี้ และอาจมีการหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องตัวแทนของเมียนมา

กระทรวงการต่างประเทศเมียนมายังกล่าวหาว่า แม้ถูกปลดจากราชการแล้ว จอ โม ตุน ยังคงใช้ทรัพย์สินของรัฐบาล รวมถึงสำนักงานผู้แทนถาวรเมียนมาประจำยูเอ็นในนครนิวยอร์ก บ้านพักอย่างเป็นทางการของหัวหน้าคณะผู้แทน และรถยนต์ของทางราชการ

นอกจากนี้ รัฐบาลเมียนมาระบุว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 บัญชีธนาคารของคณะผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็นมีเงินของรัฐเหลืออยู่ประมาณ 2.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 38,233.62 ยูโร และกล่าวหาว่าเงินดังกล่าวถูกถอนและนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐ พร้อมเรียกร้องให้จอ โม ตุน ชี้แจงการใช้เงินและแสดงหลักฐานประกอบ

รัฐบาลเมียนมายังกล่าวหาว่า จอ โม ตุน ติดต่อโดยตรงกับ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG และ คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาสหภาพ หรือ CRPH ซึ่งรัฐบาลเมียนมาประกาศให้เป็นองค์กรผิดกฎหมายและองค์กรก่อการร้าย โดยระบุว่าเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกลุ่มดังกล่าว ใช้เวทียูเอ็นเพื่อสนับสนุนจุดยืนทางการเมืองของ NUG และช่วยสร้างภาพความชอบธรรมให้กับรัฐบาลคู่ขนานดังกล่าว รวมถึงอำนวยความสะดวกในการระดมเงินบริจาค

กระทรวงการต่างประเทศเมียนมายังกล่าวหาว่า จอ โม ตุน ให้การสนับสนุนหรือปกป้องการกระทำรุนแรงที่รัฐบาลระบุว่าเป็นการก่อการร้าย โดยนำประเด็นดังกล่าวไปนำเสนอในเวทีระหว่างประเทศ

จากข้อกล่าวหาเหล่านี้ ศาลแขวงเดกขินาได้ดำเนินคดีหมายเลข 32/2564 กับจอ โม ตุน ในข้อหากบฏต่อรัฐตามมาตรา 122(2) ของประมวลกฎหมายอาญา และออกหมายจับ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมผิดกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินสาธารณะ มาตรา 124-A ของประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายโทรคมนาคม มาตรา 66(d)

รัฐบาลเมียนมาระบุด้วยว่า ปัจจุบันจอ โม ตุน ถูกประกาศเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีตามมาตรา 87 และ 88 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และศาลได้ออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องแล้ว

ด้านความพยายามในการดำเนินคดี รัฐบาลเมียนมากล่าวว่าได้ประสานงานผ่านอินเตอร์โพล (INTERPOL) และสำนักงานตำรวจสากลแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ USNCB รวมทั้งช่องทางการทูต โดยร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเมียนมายังระบุว่า การที่จอ โม ตุน ยังคงทำหน้าที่ผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็น ไม่ได้หมายความว่ายูเอ็นให้การรับรองความชอบธรรมของเขาหรือฝ่ายที่เขาเป็นตัวแทน แต่เป็นเพียงสถานะชั่วคราว เนื่องจากคณะกรรมการ Credentials Committee เลื่อนการตัดสินใจเรื่องตัวแทนเมียนมาออกไปเป็นรายปี

ในตอนท้าย กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแจ้งต่อสหประชาชาติ ประชาคมระหว่างประเทศ และรัฐบาลต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมาอย่างเป็นทางการว่า สถานะของจอ โม ตุน ในฐานะผู้แทนของเมียนมาถูกถอนและยกเลิกแล้ว พร้อมยืนยันว่าถ้อยแถลงหรือการกระทำใด ๆ ของเขาที่รัฐบาลมองว่าเป็นการยุยง ไม่ถือเป็นการกระทำในนามของรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือประชาชนเมียนมาโดยรวม.


ที่มา Reuters / New Light of Myanmar