สหรัฐฯ ประกาศยุติการระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังพบผู้ป่วย 12,883 คนใน 21 รัฐ เสียชีวิต 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่เชื่อมโยงต้นตอมาจากผักกาดหอมไอซ์เบิร์กจากเม็กซิโก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายนว่า การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโรคไซโคลสปอเรียซิส ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่การระบาดรุนแรงที่สุด พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คนภายในวันเดียว ขณะที่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเหลือต่ำกว่า 2 คนต่อวันโดยเฉลี่ย

การระบาดครั้งนี้เชื่อมโยงกับ ผักกาดหอมไอซ์เบิร์กจากพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโก ซึ่งจัดหาโดยบริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ส่งผลให้บริษัทต้องเรียกคืนผลิตภัณฑ์ผักกาดหอมทั้งหมดที่มาจากพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ระบุว่า มั่นใจว่าผักกาดหอมที่ถูกเรียกคืนและเกี่ยวข้องกับการระบาดถูกนำออกจากตลาดหมดแล้ว ขณะที่วันควรบริโภคของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงไม่น่าจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าหรือเสิร์ฟในร้านอาหารอีก

อย่างไรก็ตาม FDA ยังคงตรวจสอบว่า เชื้อปรสิตไซโคลสปอรา เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มปลูกผักกาดหอมและโรงงานแปรรูปในเม็กซิโก พร้อมเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปวิเคราะห์ และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐฯ เม็กซิโก และรัฐบาลแต่ละรัฐต่อไป

บริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ระบุว่า โรงงานในพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโกยังคงปิดทำการ ระหว่างที่การสอบสวนของ FDA บริษัท และผู้เชี่ยวชาญอิสระยังดำเนินอยู่

ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม สหรัฐฯ พบผู้ป่วยไซโคลสปอเรียซิสที่ยืนยันจากห้องปฏิบัติการแล้ว 19,595 ราย และมากกว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งใหญ่นี้ โดยมีผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 570 คน และเสียชีวิต 2 ราย

รัฐมิชิแกนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพบผู้ป่วยมากกว่า 14,000 รายและผู้เสียชีวิต 2 รายที่เชื่อมโยงกับเชื้อปรสิตดังกล่าว ขณะที่รัฐโอไฮโอและมิสซูรีก็พบผู้ติดเชื้อหลายพันรายที่เกี่ยวข้องกับผักกาดหอมจากเทย์เลอร์ ฟาร์มส์

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ตัวเลขผู้ป่วยที่สูงผิดปกติในรัฐมิชิแกนส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายงานผู้ป่วยจำนวนมากที่ตกค้างและถูกนำมาประมวลผลในเดือนสิงหาคม สะท้อนถึงปัญหาของระบบติดตามโรคที่ได้รับผลกระทบจากการลดงบประมาณของรัฐบาลกลางในช่วงรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การระบาดครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคบางส่วนหลีกเลี่ยงการรับประทานผักและผลไม้สด รวมถึงลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน กระทบต่อจำนวนลูกค้าของร้านอาหารและเครือร้านอาหารชื่อดังในสหรัฐฯ

โดนัลด์ ชาฟฟ์เนอร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์อาหารจากมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส เตือนว่า สหรัฐฯ ยังขาดเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จำเป็นในการป้องกันการระบาดลักษณะนี้ในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้มีระบบติดตามสายพันธุ์เชื้อที่ดีขึ้น และสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อปรสิตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ก่อนปี 2026 ฤดูกาลระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในปี 2019 โดยมีผู้ป่วยประมาณ 4,700 รายทั่วประเทศ ขณะที่การระบาดในปี 2026 ทำสถิติสูงกว่าหลายเท่า.


ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ