ผลสำรวจรัฐบาลญี่ปุ่นพบ คนโสดวัย 18-34 ปีที่ตั้งใจแต่งงานลดลงต่ำกว่า 80% เป็นครั้งแรก ขณะที่คู่แต่งงานวางแผนมีลูกเฉลี่ยต่ำกว่า 2 คน เหตุกังวลค่าเลี้ยงดูสูง
วันที 11 กันยายน 2569 สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่น เปิดเผยผลสำรวจภาวะเจริญพันธุ์แห่งชาติเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 พบว่า สัดส่วนคนโสดวัยหนุ่มสาวที่ตั้งใจแต่งงานในอนาคตลดลงต่ำกว่า 80% เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสำรวจ
การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการเมื่อเดือนมิ.ย. 2568 มีคนโสดและคู่แต่งงานเข้าร่วมตอบแบบสอบถามมากกว่า 11,000 คน โดยในกลุ่มคนโสดอายุ 18-34 ปี พบว่า ผู้ชายที่ระบุว่าไม่เห็นประโยชน์ของการแต่งงานเพิ่มจาก 35.3% เป็น 42.8% ขณะที่ผู้หญิงเพิ่มจาก 28.3% เป็น 36%
ส่วนผู้ชายที่ยังโสดและตั้งใจแต่งงานในอนาคต ลดลงจาก 81.4% เหลือ 75.1% ขณะที่ผู้หญิงลดลงจาก 84.3% เหลือ 77.8% ทำให้สัดส่วนผู้ที่ตั้งใจแต่งงานลดต่ำกว่า 80% ทั้งในกลุ่มชายและหญิงเป็นครั้งแรก และเมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่วางแผนมีลูกเท่ากับจำนวนที่ต้องการ 52.9% ระบุว่าเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและการศึกษาสูง ขณะที่ 35% ไม่ต้องการมีบุตรเมื่อมีอายุมากขึ้น
นอกจากนี้ รูปแบบการพบคู่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ในกลุ่มผู้ที่แต่งงานเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 2020 พบว่า 20.2% พบคู่ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงแอปหาคู่ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากการสำรวจก่อนหน้าที่อยู่ที่ 11% ขณะเดียวกันผลสำรวจยังสะท้อนถึงทัศนคติเรื่องการมีบุตร ท่ามกลางอัตราเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง
สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่าจะวิเคราะห์เพิ่มเติมถึงสาเหตุที่คนญี่ปุ่นต้องการแต่งงานน้อยลง รวมถึงเหตุผลที่คู่แต่งงานวางแผนมีบุตรน้อยกว่าจำนวนที่พวกเขาต้องการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาประชากรและอัตราเกิดที่ลดลง.
ที่มา NHK