ศาลสูงสิงคโปร์พิพากษายกฟ้องคดีที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจดทะเบียนชื่อดัง ฟ้องเรียกเงินคืน 468,090 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12.2 ล้านบาท จากอดีตแฟนสาวหลังทั้งคู่เลิกรากัน โดยศาลชี้ชัดเงินจำนวนดังกล่าวเป็น "ของขวัญที่ให้ด้วยความเสน่หา" ไม่ใช่เงินกู้ยืมที่ต้องชดใช้คืน พร้อมระบุว่าเขา "หลงรัก" ฝ่ายหญิงและใช้จ่ายเพื่อเธออย่างเต็มที่ ก่อนความสัมพันธ์จบลงอย่างไม่ราบรื่นและทำให้เขาเปลี่ยนท่าที

ศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษา ยกฟ้องคำร้องของนายแชนเดอร์ อาการ์วาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท TCI Express ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดียและตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ หลังเขาฟ้องเรียกเงินจำนวน 468,090 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12.2 ล้านบาท จากอดีตแฟนสาว โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ให้เธอยืมระหว่างคบหากันและต้องได้รับการชำระคืน

ลี ซิ่ว คิน ผู้พิพากษาอาวุโส มีคำวินิจฉัยเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เงินส่วนใหญ่ที่อาการ์วาลจ่ายให้อดีตแฟนสาว เฟลิเซีย ลี เป็น "ของขวัญ" ที่เขามอบให้ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เงินกู้

ค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตประมาณ 206,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ค่าเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 129,000 ดอลลาร์ ค่าจ้างซินแสฮวงจุ้ยสำหรับที่พักของเธอ 17,000 ดอลลาร์ และค่าธรรมเนียมหลักสูตรผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ อีก 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

ส่วนเงินอีก 2 รายการที่อาการ์วาลอ้างว่าเป็นเงินกู้ ศาลเห็นว่าเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้มอบเงินดังกล่าวให้เธอจริง รวมถึงเงิน 50,000 ดอลลาร์ที่เขาอ้างว่าให้เธอนำไปชำระหนี้กับนายจ้างเก่า ผู้พิพากษาระบุด้วยว่า อาการ์วาลไม่สามารถแสดงหลักฐานว่าอดีตแฟนสาวเคยขอเงินเหล่านี้ในฐานะเงินกู้ หรือเคยตกลงว่าจะชำระคืน

ผู้พิพากษากล่าวว่า หลักฐานที่ปรากฏต่อศาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาการ์วาลซึ่ง "หลงรัก" ฝ่ายหญิง ได้มอบของขวัญราคาแพงให้เธอเป็นจำนวนมากตลอดช่วงความสัมพันธ์ แต่เมื่อความสัมพันธ์จบลงด้วยความขัดแย้ง เขากลับรู้สึกขุ่นเคืองและพยายามเรียกร้องสิ่งตอบแทนจากเธอ

ผู้พิพากษายังยกข้อความจากบทละคร The Mourning Bride ซึ่งเขียนขึ้นในปี 1697 เพื่อสะท้อนอารมณ์ของคู่ความ พร้อมระบุว่า คดีนี้แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

อาการ์วาลพบกับลี ซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก่อนเปลี่ยนอาชีพไปเป็นตัวแทนประกันภัยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ บนเที่ยวบินหนึ่งในปี 2019 หลังจากนั้นอาการ์วาลติดต่อเธอผ่านเฟซบุ๊กและทั้งคู่เริ่มพบปะกัน ทั้งสองเริ่มคบหากันในเดือนกันยายน 2022 ก่อนความสัมพันธ์สิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2023 หลังอาการ์วาลสงสัยว่าเธอนอกใจ และเขายื่นฟ้องต่อศาลในเดือนมีนาคม 2024

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มคบหากัน อาการ์วาลก็เคยมอบของขวัญราคาแพงให้ลีหลายครั้งโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเงินคืน เช่น เคยจ้างรถลีมูซีนไปส่งเธอที่บ้านหลังรับประทานอาหาร ซื้อสินค้าหรูจากแบรนด์อย่าง Hermès, Louis Vuitton และ Prada รวมถึงออกค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดในการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปร่วมกัน

ในเดือนพฤษภาคม 2021 หลังลีส่งข้อความผ่าน WhatsApp ว่าไม่ได้ขึ้นเครื่องบินมาหลายปี อาการ์วาลตอบกลับว่า อีกไม่นานเธอก็จะได้เดินทาง พร้อมบอกว่าเขาจองตั๋วชั้นหนึ่งหรือห้องสวีตไว้ให้แล้ว และหากต้องการก็สามารถใช้เครื่องบินส่วนตัวได้ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2022 ลีส่งข้อความถามว่าเธอจะชำระเงินคืนให้อาการ์วาลได้อย่างไร เขาตอบว่า "ไม่ต้อง ผมไม่ใช่เจ้าหนี้เงินกู้"

หลังจากทั้งคู่เริ่มคบกันในเดือนกันยายน 2022 อาการ์วาลบอกเธอว่าไม่ควรเกรงใจที่จะใช้เงินของเขาหากทั้งสอง “คบกัน” พร้อมเสนอเงินใช้จ่ายประจำเดือน 1,500 ดอลลาร์สำหรับค่าแท็กซี่ อาหาร และค่าใช้จ่ายด้านความงาม

ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เขายังเสนอให้เธอใช้บัตร American Express Centurion พร้อมส่งข้อความว่า เธอไม่จำเป็นต้องจำกัดงบประมาณและสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่ต้องการ อีกข้อความหนึ่งระบุว่า เขาต้องการให้เธอ “ตามใจตัวเอง” ด้วย

ระหว่างการพิจารณาคดี อาการ์วาลนำเอกสารที่เขียนด้วยลายมือมาแสดงต่อศาล โดยอ้างว่าเป็นข้อตกลงที่ลีลงลายมือชื่อ ซึ่งระบุว่าเงินจำนวน 10,000-25,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนที่เธอได้รับจากเขาเป็น "เงินฝาก" ที่ยังเป็นทรัพย์สินของเขา แต่ลีปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และยืนยันว่าไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าวจนกระทั่งมีการดำเนินคดี

ผู้พิพากษาระบุว่า สถานการณ์ในการนำเอกสารฉบับนี้มาแสดงต่อศาลมีข้อพิรุธ และให้น้ำหนักเพียงจำกัดต่อความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือชื่อที่ระบุว่าลายเซ็นดังกล่าวเป็นของลีจริง

นอกจากนี้ แม้อาการ์วาลจะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียกร้องเงิน แต่เขากลับไม่ได้กล่าวถึงเอกสารนี้ในคำฟ้องฉบับแรก โดยระบุในเวลานั้นว่า เขาไม่เคยยืนยันว่าคู่กรณีจะต้องทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ และเพิ่งนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างหลังจากนั้นอีก 7 เดือน เมื่อยื่นคำฟ้องฉบับแก้ไข

ผู้พิพากษายังชี้ว่า เนื้อหาในเอกสารขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เพราะลีไม่ได้รับเงิน 10,000-25,000 ดอลลาร์ทุกเดือนตามที่เอกสารระบุ แต่ได้รับเงินจำนวนต่าง ๆ เป็นครั้งคราวเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ที่สำคัญ ในเดือนพฤษภาคม 2023 อาการ์วาลยังลงนามในข้อความอีกฉบับ โดยให้คำมั่นว่าจะไม่เรียกร้องสิ่งของหรือผลประโยชน์ที่มอบให้ลีด้วยความปรารถนาดีกลับคืนมา ซึ่งผู้พิพากษาเห็นว่าเอกสารฉบับหลังย่อมมีผลเหนือข้อตกลงใด ๆ ที่ทำไว้ก่อนหน้านั้น

ระหว่างถูกซักค้าน อาการ์วาลกล่าวว่า เมื่อทั้งสองเริ่มคบหากัน "ทุกอย่างกลายเป็นเงินกู้ ทุกอย่างเป็นธุรกรรม" แต่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ เขายังระบุว่า เมื่อฝ่ายหญิงยอมรับข้อเสนอให้เขาออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เงินที่เขาจ่ายให้ก็จะกลายเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาเห็นว่าจุดยืนดังกล่าวขัดต่อสามัญสำนึกและไม่สามารถรับฟังได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าคู่รักทั้งสองตกลงกันว่าเงินที่มอบให้เพื่อใช้ชีวิตหรือซื้อของจะเปลี่ยนสถานะเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ

ผู้พิพากษายังเห็นว่า อาการ์วาลมีแนวโน้มให้การหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริง เมื่อถูกนำหลักฐานที่ไม่เป็นคุณต่อเขามาแสดงในศาล โดยเฉพาะข้อความจำนวนมากที่เขาเคยเสนอให้ลีใช้เงินเพื่อประโยชน์ของเธอเอง และเคยยืนยันว่าเธอไม่จำเป็นต้องชำระเงินคืน

ศาลยังปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของอาการ์วาลที่ว่า ลีหลอกให้เขามอบเงินด้วยการสร้างความเข้าใจผิดว่า ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่จริงจังและคบกันเพียงคนเดียว รวมถึงทำให้เขาเชื่อว่าเธอจะชำระเงินคืน

ผู้พิพากษาระบุว่า พฤติกรรมของอาการ์วาลตลอดช่วงความสัมพันธ์ดูเหมือนเป็นการต่อเนื่องจากรูปแบบความสัมพันธ์ของเขาก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มคบกัน

นอกจากนี้ หลักฐานยังแสดงให้เห็นว่าอาการ์วาลมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนอื่นในช่วงที่คบหากับลี ซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ตัวเขาเองมองว่าความสัมพันธ์กับลีเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจังและมีเพียงคนเดียวหรือไม่ ท้ายที่สุด ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่าเงินจำนวนส่วนใหญ่ที่อาการ์วาลเรียกร้องคืนเป็นของขวัญที่เขามอบให้อดีตแฟนสาวด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เงินกู้ และไม่สามารถเรียกคืนได้.


ที่มา The Straits Times / Mothership