วันสุดท้ายของฤดูปีนเขาที่ภูเขาไฟฟูจิป่วน หลังเจอสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก ลมแรง และหมอกหนาจัด ก่อนเกิดดินถล่มลานจอดรถฝังกลบรถเจ้าหน้าที่บางส่วน และยังพบนักปีนเขา 2 รายหมดสติบนเส้นทาง
ภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่นเผชิญสภาพอากาศเลวร้ายในวันสุดท้ายของฤดูปีนเขาอย่างเป็นทางการ เมื่อฝนตกหนักและหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุดินถล่มในลานจอดรถแห่งหนึ่ง ส่งผลให้รถ 3 คันของเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานอยู่บนภูเขาถูกดินและเศษวัสดุฝังกลบบางส่วน โดยลานจอดรถดังกล่าวอยู่บริเวณหนึ่งใน 4 จุดทางขึ้นหลักของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งมีความสูง 3,776 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ฮิซายูกิ โมโตฮาชิ เจ้าหน้าที่ดูแลบำรุงรักษาถนนของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดชิซูโอกะ เปิดเผยว่า รถ 3 คันถูกดินถล่มฝังกลบบางส่วน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ตำรวจจังหวัดชิซูโอกะได้รับแจ้งให้เข้าช่วยเหลือนักปีนเขาอีก 2 รายในวันเดียวกัน โดยรายแรกเป็นชายที่คาดว่าอายุประมาณ 30-40 ปี ถูกพบล้มหมดสติอยู่ใกล้บริเวณยอดเขา ส่วนอีกรายเป็นชายที่คาดว่าอายุประมาณ 60 ปี ถูกพบล้มลงบนเส้นทางปีนเขา แต่ตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของนักปีนเขาทั้งสองราย
ภาพจากรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดชิซูโอกะและไกด์ภูเขาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเผยแพร่ในช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน แสดงให้เห็นถนนทางขึ้นและเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาและฝน ทำให้ทัศนวิสัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก
โดยภูเขาไฟฟูจิเปิดให้นักปีนเขาเข้าพื้นที่อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 200,000 คนต่อปี ในช่วงฤดูปีนเขา โดยในแต่ละปีตำรวจท้องถิ่นต้องออกปฏิบัติการช่วยเหลือนักปีนเขาหลายสิบราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตอยู่เป็นระยะ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชุมชนโดยรอบภูเขาไฟฟูจิได้เพิ่มมาตรการควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ เพื่อรับมือกับปัญหานักท่องเที่ยวล้นพื้นที่ หรือ โอเวอร์ทัวริซึม รวมถึงพยายามป้องกันนักปีนเขาที่เตรียมอุปกรณ์มาไม่พร้อมไม่ให้ขึ้นสู่ยอดเขา
ทางการยังออกมาตรการกำหนดให้นักปีนเขาต้องพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืนในกระท่อมพักแรมตามเส้นทาง เพื่อป้องกันการปีนเขาแบบเร่งรีบและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ สภาพอากาศเลวร้ายยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่นของญี่ปุ่นด้วย โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นักกีฬาหลายร้อยคนที่เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในญี่ปุ่น ต้องอพยพออกจากที่พักชั่วคราว หลังเมืองนาโกยาเผชิญฝนตกหนักในระดับทำลายสถิติ.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ