ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นเรียกร้องชาติสมาชิกส่งสถานการณ์เมียนมาให้ศาลอาญาระหว่างประเทศพิจารณาผ่านคณะมนตรีความมั่นคงฯ พร้อมยุติส่งอาวุธให้รัฐบาลทหาร
วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2569 นายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวระหว่างการประชุมสมัยที่ 63 ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยูเอ็นส่งสถานการณ์ในเมียนมาเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) โดยระบุว่า วิกฤติสิทธิมนุษยชนในเมียนมาเป็นเรื่องที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่ผลกระทบร้ายแรงต่อภูมิภาคมีความชัดเจนมากขึ้นทุกวัน
ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นยังเรียกร้องให้ยุติการส่งมอบสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการทหาร รวมถึงสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน หรือสินค้าซอฟต์แวร์เทคโนโลยี ให้แก่รัฐบาลทหารเมียนมา โดยเตือนว่าการส่งมอบสิ่งของเหล่านี้มีความเสี่ยงอย่างชัดเจนที่จะเอื้อให้เกิดการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
พร้อมกันนี้ระบุด้วยว่า กองทัพเมียนมาและกองทัพอาระกันต่างละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดสิทธิอย่างเป็นระบบ ต่อชุมชนชาวโรฮิงญา พร้อมเตือนว่า การส่งผู้ลี้ภัยกลับเมียนมาในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ถือเป็นการละเมิดหลักการไม่ผลักดันกลับ (non-refoulement) อย่างชัดแจ้ง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ศาลในอาร์เจนตินาออกหมายจับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนของเมียนมา 25 คน รวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อชาวโรฮิงญา ขณะที่สถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจในปี 2564 เมื่อรัฐบาลทหารเดินหน้าปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรง พร้อมเพิ่มปฏิบัติการทางทหารทั่วประเทศ.
ที่มา Irrawaddy