ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามหนัก ต่างฝ่ายต่างเปิดศึกตอบโต้อย่างดุเดือด ทั้งเหตุสหรัฐฯ ถล่มเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน และอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อและกดดันธนาคารกลางทั่วโลกให้ขึ้นดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันนี้ (9 ก.ย.) หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ก่อนสหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 100.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 99.90 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
แรงกดดันต่อตลาดน้ำมันเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ เพื่อตอบโต้กรณีอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐฯ โดยเรือ 4 ลำที่ถูกโจมตีอยู่ในอ่าวโอมานและมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ขณะที่อีกลำถูกโจมตีใกล้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน โดยทางการจอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูกจากทั้งหมด 20 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกในพื้นที่ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยังประกาศว่า ได้โจมตีเรือของสหรัฐฯ 2 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ และเรืออีก 10 ลำที่ถูกระบุว่า “ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง” ขณะพยายามเดินทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่าจะเดินหน้าโจมตีตอบโต้เพิ่มเติม
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก โดยความตึงเครียดที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวหยุดชะงัก ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เกาะคาร์กเป็นที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน และน้ำมันดิบราว 90% ของประเทศถูกส่งผ่านพื้นที่ดังกล่าว
สถานการณ์ยังรุนแรงขึ้นจากความไม่สงบในภูมิภาค โดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีโรงงานพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 73 คน และเกิดเพลิงไหม้ในสถานที่ด้านพลังงานหลายแห่ง จนต้องระงับการดำเนินงานบางส่วนเป็นการชั่วคราว
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นเรื่อง "ตรงไปตรงมา" โดยระบุว่า หากอิหร่านยังพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ก็จะต้องเผชิญกับการสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติม
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 ทำให้นักลงทุนกังวลว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ต้องชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมราคาสินค้าและบริการ
ฟาวัด ราซักซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก FOREX.com กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก และทำให้นักลงทุนวิตกถึงผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มต้นทุนการกู้ยืมที่อาจเพิ่มขึ้น โดยดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฟื้นตัวจากการเทขายอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม โดยหุ้น SK hynix ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 3%
นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟดว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าหรือไม่
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ความพยายามควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางทั่วโลกสะดุดลงอีกครั้ง ขณะเดียวกันยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทั่วโลก
นอกจากนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน M/T Riesco ซึ่งถูกโจมตีโดยสหรัฐฯ ได้จมลงในอ่าวโอมาน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่าน และปฏิบัติการทางทหารในน่านน้ำภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป
ก่อนหน้านี้ อิหร่านยังอ้างว่าสามารถยึดเรือดำน้ำไร้คนขับของสหรัฐฯ ได้ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่กองทัพสหรัฐฯ ชี้แจงว่าอากาศยานใต้น้ำไร้คนขับดังกล่าวเกิดขัดข้องมากกว่าหนึ่งวันก่อนหน้า เป็นอุปกรณ์รุ่นเก่า และไม่ได้เก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือมีอุปกรณ์โซนาร์และเรดาร์ลับแต่อย่างใด.