เกาหลีใต้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปยังช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าไปเพื่อประเมินสถานการณ์เท่านั้น และยังไม่มีการตัดสินใดๆ ว่าจะส่งทหารไปยังเส้นทางน้ำสายสำคัญแห่งนี้หรือไม่

เมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย. 2569 ทางการเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ได้ส่งทีมสืบหาข้อเท็จจริงไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อประเมินสถานการณ์แล้ว พร้อมเน้นย้ำว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการส่งกำลังทหารไปยังเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้

การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานทั่วโลก

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า “ทีมดังกล่าวถูกส่งไปเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในภูมิภาคและเงื่อนไขด้านความปลอดภัย โดยภารกิจนี้ไม่ได้เป็นการตั้งสมมติฐานว่าจะมีการส่งกำลังทหารจริงๆ”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามหลายต่อหลายครั้งเพื่อกดดันเกาหลีใต้ให้ช่วยเหลืออเมริกาในการทำสงครามกับอิหร่าน ส่วนรัฐบาลกรุงโซลยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ร้องขอให้พวกเขาส่งกำลังทหารภายในเส้นตายที่ระบุไว้แต่อย่างใด

“ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการส่งกำลังทหาร” กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ย้ำ

ด้านสำนักข่าว ยอนฮัป (Yonhap) ของเกาหลีใต้รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ว่า ทีมสืบหาข้อเท็จจริงได้เดินทางไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังประเมินเงื่อนไขการปฏิบัติการสำหรับการส่งกำลังทหารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รายงานระบุอีกว่า ทีมดังกล่าวคาดว่าจะเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ อิหร่านและสหรัฐอเมริกาทำสงครามกันมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. โดยเตหะรานเป็นผู้ควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียเข้ากับน่านน้ำสากล

เกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันศุกร์ (4 ก.ย.) ว่ากำลังพิจารณา “การสนับสนุน” ความพยายามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ บริเวณช่องแคบดังกล่าว พร้อมย้ำว่ายังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ

ส่วนอิหร่านออกโรงเตือนเกาหลีใต้ในวันอังคาร (8 ก.ย.) ว่า การมีส่วนร่วมทางการทหารของเกาหลีใต้ในความขัดแย้งนี้จะมี “ผลกระทบร้ายแรงตามมา”

“การส่งกำลังทหารหรือการเข้าร่วมปฏิบัติการใดๆ โดยประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซียหรือช่องแคบฮอร์มุซ จะถือว่าเป็นการสนับสนุนโดยตรงแก่ฝ่ายที่เป็นผู้รับผิดชอบต่อการรุกราน และจะมีผลกระทบร้ายแรงตามมา” นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุในโพสต์ภาษาเกาหลีบน X

นายบากาอียังเตือนไม่ให้เกาหลีใต้ยอมจำนนต่อสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “การกดดันและการข่มขู่จากสหรัฐฯ” ด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna