อิหร่านปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินสำหรับผู้ใช้เกินโควตาเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่งและค่าเงินอ่อนค่าหนัก หลังสงครามยืดเยื้อหลายเดือน
วันที่ 8 กันยายน 2569 สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านเริ่มใช้ราคาน้ำมันเบนซินอัตราใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ใช้น้ำมันเกินโควตา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสงครามที่ดำเนินมานานหลายเดือน
โดยภายใต้ระบบราคาใหม่ ผู้ที่ซื้อน้ำมันเกินโควตา 110 ลิตรต่อเดือน จะต้องจ่ายในอัตรา 100,000 เรียลต่อลิตร หรือประมาณ 2.25 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากราคาที่ใช้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม ซึ่งรัฐบาลอิหร่านไม่ได้ระบุถึงสงครามกับสหรัฐฯ โดยตรงในประกาศ แต่ระบุถึงสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่า รายได้เพิ่มเติมจากการขึ้นราคาน้ำมันจะถูกนำไปมอบให้แก่ครัวเรือน
แม้ราคาน้ำมันในอิหร่านยังคงอยู่ในกลุ่มที่ถูกที่สุดในโลก แต่การขึ้นราคาเพิ่มแรงกดดันต่อการดำรงชีวิตของประชาชนกว่า 90 ล้านคน ขณะที่ค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และกำลังซื้อของประชาชนลดลง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2.22 ล้านเรียลต่อดอลลาร์
สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ ของทางการอิหร่าน รายงานว่า การใช้น้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 145 ล้านลิตรต่อวันในเดือนสิงหาคม ขณะที่กำลังการผลิตภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 122 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้อิหร่านต้องนำเข้าน้ำมันส่วนที่ขาดอีกประมาณ 23 ล้านลิตรต่อวัน
ทางด้านนายเคอรามัต เวย์ส คารามี ผู้บริหารบริษัทจัดจำหน่ายน้ำมันของรัฐ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ราคาน้ำมันอัตราใหม่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคราว 15% พร้อมเตือนว่า การขึ้นราคาน้ำมันอาจยิ่งทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ในช่วงที่อิหร่านกำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรง โดยศูนย์สถิติของอิหร่าน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ประมาณ 67%.
ที่ผ่านมาการขึ้นราคาน้ำมันในอิหร่านมักนำไปสู่ความไม่พอใจและการประท้วงครั้งใหญ่ อย่างเมื่อปี 2562 การขึ้นราคาน้ำมันเคยจุดชนวนการประท้วงทั่วประเทศ ก่อนรัฐบาลใช้กำลังปราบปราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย
ที่มา AP