เอสโตเนียออกโรงเห็นต่างจากสหภาพยุโรป คัดค้านแนวคิดจำกัดหรือแบนเด็กใช้โซเชียลมีเดีย ชี้ไม่ควรโยนภาระให้เด็ก แต่ควรบังคับแพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนระบบให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อายุน้อยแทน 

สำนักข่าว AFP รายงานว่า เอสโตเนีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของยุโรป ออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรป หรือ EU ทบทวนแนวทางการควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียของเด็ก โดยเสนอให้มุ่งจัดการที่แพลตฟอร์มมากกว่าการห้ามเด็กเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน จะประกาศแนวทางเกี่ยวกับการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กในวันที่ 16 กันยายน โดยขณะนี้มีการหารือเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 13 หรือ 15 ปี

เอสโตเนียชี้ แพลตฟอร์มต้องเปลี่ยน ไม่ใช่ห้ามเด็ก

ลิซา-ลาย ปากอสตา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกิจการดิจิทัลของเอสโตเนียกล่าวว่า เด็กเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสารสนเทศอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ที่ควรปรับเปลี่ยนคือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เธอระบุว่า การออกแบบแพลตฟอร์มควรคำนึงถึง สิทธิและผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก และควรทำให้สภาพแวดล้อมออนไลน์ปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน

ปากอสตาเสนอให้ EU ใช้กฎหมาย Digital Services Act หรือ DSA ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญของยุโรปด้านการกำกับดูแลบริการดิจิทัล เป็นเครื่องมือกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีปรับปรุงแพลตฟอร์ม

โดยเฉพาะข้อแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ ควรยกระดับจากเพียงคำแนะนำให้กลายเป็น ข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

EU เดินหน้าตรวจสอบ Meta และ TikTok

ที่ผ่านมา EU ใช้กฎหมาย DSA ตรวจสอบแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่าง Facebook และ Instagram ของ Meta รวมถึง TikTok โดยเฉพาะประเด็นการออกแบบระบบที่อาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดพฤติกรรมเสพติด

แนวทางของเอสโตเนียจึงแตกต่างจากข้อเสนอที่กำลังถูกพูดถึงในระดับ EU ซึ่งมุ่งพิจารณาการกำหนด อายุขั้นต่ำสำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย

ปากอสตาเห็นว่า แทนที่จะห้ามเด็กใช้แพลตฟอร์ม ควรทำให้บริษัทเทคโนโลยีรับผิดชอบมากขึ้น และออกแบบระบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ เอสโตเนียถือเป็นเสียงที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวใน EU จากการคัดค้านแนวทางจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก ขณะที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทเทคโนโลยี หลังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กและเยาวชน.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ