ชาวเซอร์เบียหลายพันคนเข้าร่วมพิธีศพของ รัตโก มลาดิช เจ้าของฉายา “จอมเชือดแห่งบอสเนีย” ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจาก EU ที่ไม่ต้องการให้มองเขาเป็นวีรบุรุษ

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 2569 ประชาชนชาวเซอร์เบียนับพันคนเดินทางมาร่วมพิธีศพของ รัตโก มลาดิช อดีตผู้บังคับบัญชากองกำลังชาวเซิร์บในบอสเนีย เจ้าของฉายา “จอมเชือดแห่งบอสเนีย” ที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย หลังเขาเสียชีวิตลงด้วยวัย 84 ปี ขณะรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำสหประชาชาติ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

มลาดิชถูกศาลอาชญากรรมสงครามแห่งสหประชาชาติตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2564 ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่สเรเบรนิตซา (Srebrenica) เมื่อปี 2538 ซึ่งส่งผลให้ชาวบอสเนียที่เป็นมุสลิมราว 8,000 คนเสียชีวิต ตลอดจนการล้อมเมืองซาราเยโวซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 10,000 คน

ร่างของมลาดิชถูกนำกลับจากเนเธอร์แลนด์ด้วยเครื่องบินของรัฐบาลเซอร์เบียเมื่อสัปดาห์ก่อน และใช้ทหาร 6 นายคลุมด้วยธงชาติพร้อมแบกหีบศพลงจากเครื่องบิน

เดิมทีรัฐบาลตั้งใจจะจัดพิธีศพระดับรัฐ (State Funeral) แต่ต้องยกเลิกหลังถูกคัดค้านอย่างหนัก โดยสหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์ประณามการสรรเสริญอาชญากรสงครามว่า เป็นการขัดต่อค่านิยมพื้นฐานของยุโรปอย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม ในพิธีศพซึ่งจัดขึ้นที่โบสถ์ เซนต์ ลูกา ในกรุงเบลเกรด ยังมีรัฐมนตรีของเซอร์เบียหลายคนเข้าร่วม และนำพิธีโดยพระอัครบิดร พอร์ฟิริเย แห่งคริสตจักรเซิร์บออร์โธดอกซ์ ทั้งนี้เนื่องจาก กลุ่มชาตินิยมชาวเซิร์บยังคงมองว่า มลาดิช เป็นฮีโร่และผู้ปกป้องชาติ

ประชาชนและอดีตทหารผ่านศึกเข้าร่วมพิธีหลายพันคน โดยเริ่มตั้งแถวรอนอกโบสถ์เพื่อเคารพศพตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ มีการเปิดเพลงจากวงขับร้องประสานเสียงผ่านลำโพง และเปิดให้จุดเทียนไว้อาลัยนอกโบสถ์ด้วย ขณะที่บริเวณรอบหีบศพมีทหารผ่านศึกเฝ้าอารักขา ส่วนภรรยา ลูกชาย และหลานๆ ของมลาดิชยืนรับคำแสดงความเสียใจอยู่ด้านใน

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังจัดให้มีบริการรถบัสฟรีจากบอสเนียและเมืองต่างๆ ในเซอร์เบียเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการมาร่วมงานด้วย

ด้านตัวแทนเหยื่อสงครามบอสเนียระบุว่า รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งที่เห็นการยกย่องเขาเป็นวีรบุรุษ พร้อมย้ำว่าเขาควรถูกจดจำในฐานะ “จอมเชือด” และควรถูกลบออกจากความทรงจำมากกว่าการถูกสรรเสริญ

ขณะที่ EU ย้ำว่า “รัตโก มลาดิช เป็นอาชญากรสงครามที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การยกย่องสรรเสริญอาชญากรสงคราม การปฏิเสธเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการพยายามแก้ไขประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่ขัดต่อค่านิยมพื้นฐานที่สุดของยุโรปอย่างสิ้นเชิง”

แถลงการณ์ของ EU ระบุอีกว่า พฤติกรรมดังกล่าว “ต้องไม่มีที่ยืนทั้งในสหภาพยุโรป หรือในประเทศที่กำลังเสนอตัวเข้าเป็นสมาชิก EU” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังเซอร์เบียโดยตรง เนื่องจากเซอร์เบียเป็นประเทศผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก EU มาตั้งแต่ปี 2555


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc