สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องคดีทุจริตต่อ "มาร์ติน โรมัลเดซ" อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และลูกพี่ลูกน้องของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการรับเงินสินบน การจัดสรรงบประมาณผิดปกติ และการยักยอกเงินรัฐบาลรวมมูลค่า 7.4 พันล้านเปโซ หรือราว 3,880 ล้านบาท จากโครงการป้องกันน้ำท่วมที่ไม่เคยมีการก่อสร้างจริง
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องคดีอาญาข้อหา ร่ำรวยผิดปกติจากการทุจริตในวงกว้าง ต่อนายมาร์ติน โรมัลเดซ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ จากกรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตโครงการควบคุมน้ำท่วมของรัฐบาล
นายเยซุส คริสปิน เรมุลลา ผู้ตรวจการแผ่นดินฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า คดีที่ยื่นต่อศาลต่อต้านการทุจริตแซนดิแกนบายัน เกี่ยวข้องกับเงินสินบน การสอดแทรกงบประมาณอย่างผิดปกติ และการจัดสรรโครงการ รวมมูลค่าประมาณ 7,400 ล้านเปโซ หรือราว หรือราว 3,884 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในคำร้องเพิ่มเติมของคณะสอบสวน มีการกล่าวหาว่าโรมัลเดซสะสมและครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบรวม 56,000 ล้านเปโซ ในช่วงปี 2022-2025 โดยข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล และโรมัลเดซปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้กระทำผิด
คดีดังกล่าวมีโรมัลเดซ รวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอลิซัลดี "ซัลดี" โค และบุคคลอื่นเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าร่วมกันสะสมความมั่งคั่งโดยมิชอบผ่านเงินงบประมาณของรัฐบาล
เรมุลลากล่าวว่า ทางการไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีกับบุคคลใด โดยทุกข้อกล่าวหาอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน พร้อมย้ำว่า คดีนี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีบุคคลใดอยู่เหนือการตรวจสอบ
ข้อหาดังกล่าวถือเป็นความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับการทุจริตในวงกว้าง มีโทษจำคุกตลอดชีวิต และเป็นความผิดที่ไม่สามารถประกันตัวได้ตามกฎหมายฟิลิปปินส์
คดีถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของแผนกที่ 3 ของศาลแซนดิแกนบายัน ซึ่งมีผู้พิพากษาสมทบ คาร์ล มิแรนดา เป็นประธาน โดยศาลจะพิจารณาว่ามีมูลเหตุอันควรเชื่อเพียงพอที่จะออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อโรมัลเดซและผู้เกี่ยวข้อง โดยอาจมีทั้งคดีทุจริตในลักษณะเดียวกันและคดีฟอกเงิน
คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนขนาดใหญ่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "โครงการผี" หรือโครงการที่ไม่มีการก่อสร้างจริง แต่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว โดยประธานาธิบดีมาร์กอสเคยนำประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อกว่า 1 ปีก่อน หลังพบข้อสงสัยว่าโครงการเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายแก่ผู้เสียภาษีเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง รวมถึงอดีตและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเงินจากโครงการดังกล่าวไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว
ก่อนหน้านี้ โรมัลเดซลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังชื่อของเขาปรากฏในกระบวนการสอบสวนที่ขยายวงกว้างขึ้น โดยเขาระบุว่า การลาออกจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถสอบสวนได้โดยปราศจากอิทธิพลที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เขายังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้าน อาเด ฟาฮาร์โด ทนายความของโรมัลเดซ ระบุว่า ลูกความของเขาจะต่อสู้กับข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้ได้รับสิทธิในกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมเช่นเดียวกับชาวฟิลิปปินส์ทุกคน โดยย้ำว่า ความจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมควรเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักสูงสุดในคดีนี้
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอสเคารพกระบวนการยุติธรรม และเห็นว่าผู้ที่ต้องรับผิดควรได้รับการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นญาติ เพื่อน พันธมิตรทางการเมือง หรือฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกฎหมายของโรมัลเดซตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของพยานบางราย หลังมีผู้กล่าวหาหลายคนถอนคำให้การ โดยเฉพาะออร์ลี กูเตซา และอดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโค ซึ่งเคยกล่าวหาว่ามีการส่งมอบเงินจำนวนมากให้โรมัลเดซ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยืนยันว่า การถอนคำให้การไม่ได้ทำให้คำให้การเดิมหมดความหมาย และทั้งคำให้การก่อนหน้าและคำให้การที่ถอนภายหลังจะถูกนำมาเปรียบเทียบและประเมินร่วมกับหลักฐานอื่นในคดี
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังระบุว่า มีพยานที่พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรมัลเดซถึง 42 คน รวมถึงพยานใหม่ 28 คน และอดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโคอีก 14 คน โดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการ มานูเอล โบโนอัน เป็นหนึ่งในบุคคลที่อาจถูกเรียกมาให้ข้อมูลในคดีหลัก
ขณะที่พรรค Lakas-CMD ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของโรมัลเดซ เรียกร้องให้ดำเนินการสอบสวนด้วยความเป็นกลางและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่า โรมัลเดซพร้อมเผชิญข้อกล่าวหาและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองในชั้นศาล
คดีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนการเมืองฟิลิปปินส์ โดยปัญหาการทุจริตถือเป็นประเด็นเรื้อรังของประเทศ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศที่มีประชากรราว 112 ล้านคน.
ที่มา ABS-CBN News / AFP