เกิดเหตุระทึกบนเที่ยวบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส เมื่อชายวัย 67 ปี ก่อเหตุคลั่ง ด่าทอเหยียดเชื้อชาติ-เพศ และลงมือทำร้ายร่างกายผู้โดยสารคนอื่น จนอดีตตำรวจและผู้โดยสารต้องช่วยกันจับมัดด้วยเคเบิลไทร์และเทปกาวติดกับเก้าอี้ กัปตันตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ก่อนตำรวจเข้าควบคุมตัวดำเนินคดี
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) และเจ้าหน้าที่ตำรวจขนส่งรัฐแมรีแลนด์ (MDTA) เปิดเผยรายงานเหตุผู้โดยสารก่อความวุ่นวายบนเที่ยวบิน AA 618 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ซึ่งเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดัลลัส-ฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนวร์ก จนเป็นเหตุให้กัปตันต้องนำเครื่องเบี่ยงเส้นทางลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติบอลติมอร์-วอชิงตัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณที่นั่งชั้นหนึ่ง เมื่อนายอาร์เธอร์ ลุนดีน อายุ 67 ปี ชาวรัฐแอริโซนา เริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว พูดจาหยาบคาย ตะโกนด่าทอพนักงานและผู้โดยสารด้วยถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติและเหยียดเพศอย่างรุนแรง แม้ลูกเรือจะพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่นายลุนดีนกลับยิ่งทวีความคลั่ง และเริ่มลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการชกผู้โดยสารด้านข้าง รวมถึงทำร้ายหญิงสาวอีกรายที่พยายามเข้าห้าม
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มบานปลาย นายฮวน เมเฮีย อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวเจอร์ซีย์ และนายริชาร์ด โอเลนิค สองผู้โดยสารซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า ได้ตัดสินใจเข้าจับกุมตัวนายลุนดีนทันที โดยมีลูกเรือนำกุญแจมือพลาสติก ส่งให้เพื่อใช้พันธนาการข้อมือ แต่นายลุนดีนยังคงขัดขืนและพยายามกัดนายเมเฮียและนายโอเลนิค ทำให้กลุ่มผู้โดยสารต้องนำ "เทปกาว" มามัดร่างของนายลุนดีนติดไว้กับเก้าอี้ โดยเว้นช่วงบริเวณปากไว้เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบการหายใจ นอกจากนี้ นายโอเลนิคยังต้องนั่งทับบริเวณตักของผู้ก่อเหตุไว้นานกว่า 15 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ดิ้นหลุดจนกระทั่งเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย
หลังเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานบอลติมอร์เมื่อเวลาประมาณ 22:15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ MDTA ได้ขึ้นบนเครื่องและเข้าควบคุมตัวนายลุนดีนทันที พร้อมส่งตัวให้ทีมแพทย์ตรวจรักษาแผลเปิดที่แขน ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิดฐานสร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะ และทำร้ายร่างกายผู้อื่น ขณะเดียวกัน สำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) ได้เข้ามาร่วมสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางอากาศเพิ่มเติม
ด้านสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า "ความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานคือความสำคัญสูงสุด สายการบินจะไม่ยอมรับการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอขอบคุณพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพ รวมถึงผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความเข้าใจ" ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวได้เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เมืองนวร์กหลังจากจัดการส่งตัวผู้ก่อเหตุเรียบร้อยแล้ว
รายงานจาก FAA ระบุว่า เทปกาวและกุญแจมือพลาสติกถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มีติดไว้บนเครื่องบินพาณิชย์หลายแห่งเพื่อรับมือกับผู้โดยสารที่ก่อความรุนแรง โดยในปีนี้มีการรายงานเหตุผู้โดยสารก่อความวุ่นวายบนเที่ยวบินแล้วมากกว่า 1,160 ราย ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจต้องเผชิญทั้งโทษทางอาญาและโทษปรับขั้นสูงจาก FAA มากกว่า 43,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านบาท) สำหรับความผิดฐานทำร้าย ข่มขู่ หรือแทรกแซงการปฏิบัติงานของลูกเรือ.