(ภาพจาก AFP PHOTO / MONTANA FISH, WILDLIFE AND PARKS)
โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเพื่อถอด หมาป่าสีเทา กับ หมาป่าเม็กซิโก ออกจากบัญชีคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้ว เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรสามารถยิงพวกมันได้เพื่อปกป้องฝูงสัตว์ของตัวเอง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 ก.ย. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อถอด “หมาป่าสีเทา” (Grey wolf) และสายพันธุ์ย่อยอย่าง “หมาป่าเม็กซิกัน” (Mexican wolf) ออกจากบัญชีคุ้มครองในฐานะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้ว
การตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจเป็นการเปิดทางให้เกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์สามารถสังหารสัตว์ตระกูลสุนัขเหล่านี้เพื่อปกป้องฝูงสัตว์ของตนได้ โดยในคำสั่งระบุว่า เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์มี “บทบาทสำคัญยิ่ง” ต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและมรดกทางวัฒนธรรมของอเมริกา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวนี้ โดยเตือนว่าอาจทำลายความพยายามระยะยาวในการฟื้นฟูประชากรหมาป่าที่กำลังใกล้สูญพันธุ์
ตัวเลขจากสำนักงานบริหารปลาและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐฯ (FWS) ระบุว่า ในปี 2568 สหรัฐฯ มีหมาป่าเม็กซิกันในธรรมชาติจำนวน 319 ตัว เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 4 ตัวเมื่อตอนเริ่มนำพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติในปี 2541
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ มีหมาป่าสีเทาราว 18,000 ตัวทั่วประเทศ แต่พวกมันยังคงถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ถูกมนุษย์ทำลายไป
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เคยพยายามถอดหมาป่าทั้งสองสายพันธุ์นี้ออกจากบัญชีคุ้มครองระดับรัฐบาลกลางมาก่อน แต่ความพยายามในปี 2565 ติดขัดในกระบวนการฟ้องร้องทางกฎหมาย และนักเคลื่อนไหวบางส่วนระบุว่าพวกเขามีแผนที่จะทำแบบเดิม หากกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำสั่งของทรัมป์
คำสั่งฝ่ายบริหารนี้ไม่ได้ให้ใบอนุญาตแก่เจ้าของฟาร์มยิงหมาป่าที่มาล่าสัตว์เลี้ยงในทันที แต่เป็นการให้เวลา ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเวลา 90 วัน ในการพิจารณาว่าประชากรหมาป่าสีเทาและหมาป่าเม็กซิกันได้รับการฟื้นฟูมากพอที่จะปลดออกจากบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้วหรือไม่
คำสั่งดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า ฝูงสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 75 ปี ในขณะที่ความต้องการเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 10% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ดังนั้น “เราสามารถและควรทำสิ่งต่างๆ ให้มากขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมที่สำคัญนี้”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิ่งแวดล้อมได้ชี้ให้เห็นถึงผลการศึกษาที่ระบุว่า เหตุการณ์หมาป่าโจมตีสัตว์เลี้ยงนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก และส่งผลกระทบต่อรายได้ของเจ้าของฟาร์มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“นี่คือการเบี่ยงเบนความสนใจครั้งใหญ่ เพื่อเอาใจเจ้าของฟาร์มเพียงกลุ่มเล็กๆ และทำให้พวกเขาเชื่อว่าหมาป่าเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์เอง” เกรตา แอนเดอร์สัน รองผู้อำนวยการโครงการ Western Watersheds Project ซึ่งทำงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในรัฐทางตะวันตกของสหรัฐฯ กล่าว
อนึ่ง คำสั่งฝ่ายบริหารนี้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามลดราคาเนื้อวัวสำหรับผู้บริโภคที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากภัยแล้งและการระบาดของปรสิตในฝูงวัวของสหรัฐฯ
เหล่าเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ต่างรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจของทรัมป์ที่ผ่อนคลายข้อจำกัดในการนำเข้าเนื้อวัวเพื่อแก้ปัญหาราคาพุ่งสูง ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อผลกำไรของพวกเขาที่ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc