ศาลในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ออกหมายจับรองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต ในคดี "ข่มขู่คุกคามอย่างร้ายแรง" จากกรณีเธอเคยกล่าวว่าได้ว่าจ้างมือปืนให้สังหารประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ รวมถึงภริยา และญาติซึ่งเป็นอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร หากเธอถูกลอบสังหารก่อน ด้านทีมกฎหมายยืนยันว่าเธอไม่มีเจตนาหลบหนีและจะใช้สิทธิตามกฎหมายทุกช่องทาง ขณะที่รัฐบาลย้ำเคารพคำสั่งศาล
ศาลแขวงภูมิภาคสาขา 98 ในเมืองเกซอนซิตี เขตกรุงมะนิลา ของฟิลิปปินส์ ออกหมายจับรองประธานาธิบดี ซารา ดูเตอร์เต วันนี้ (4 ก.ย.) ในคดีอาญาข้อหา "ข่มขู่คุกคามอย่างร้ายแรง" ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำกล่าวของเธอที่ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดี
กระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ยืนยันว่า ศาลปฏิเสธคำร้องของทีมกฎหมายของดูเตอร์เตที่ขอเลื่อนหรือเพิกถอนการออกหมายจับ โดยระบุว่าคำร้องไม่มีมูลเพียงพอ และศาลเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าดูเตอร์เตควรถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในข้อหาข่มขู่อย่างร้ายแรงทั้ง 3 กระทง
โปโล มาร์ติเนซ โฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า กระทรวงเคารพคำวินิจฉัยของศาลและยืนยันความมุ่งมั่นต่อหลักนิติธรรม พร้อมชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีหมายจับฉบับอื่นออกมาแต่อย่างใด และหมายจับที่ออกเมื่อวันศุกร์คือหมายจับฉบับเดียวของคดีนี้
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการแถลงข่าวออนไลน์ของดูเตอร์เต ซึ่งเธอกล่าวว่า หากเธอถูกลอบสังหารก่อน เธอได้เตรียมการให้มีการสังหาร เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์, ลีซา อาราเนตา-มาร์กอส สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และ มาร์ติน โรมูอัลเดซ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรและญาติของประธานาธิบดี
ดูเตอร์เตภายหลังระบุว่า คำพูดของเธอถูกนำออกจากบริบท และไม่ได้มีเจตนาตามความหมายที่ถูกตีความ ขณะที่ทีมกฎหมายของเธอยื่นคำร้องโต้แย้งว่ารองประธานาธิบดีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สามารถถูกถอดออกจากตำแหน่งได้ผ่านกระบวนการถอดถอนเท่านั้น จึงไม่ควรถูกดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมปฏิเสธข้อโต้แย้งดังกล่าว โดยมาร์ติเนซระบุว่าเอกสิทธิ์คุ้มกันจากการถูกดำเนินคดีตามตำแหน่งนั้นมีเฉพาะประธานาธิบดี ไม่ได้ครอบคลุมถึงรองประธานาธิบดี
ด้านพอล ลอว์เรนซ์ ลิม ทนายความของดูเตอร์เต ระบุในแถลงการณ์ว่า รองประธานาธิบดี “ไม่มีเจตนาหลบหนีจากกฎหมาย” และจะใช้สิทธิทางกฎหมายทุกช่องทางเพื่อปกป้องตัวเอง โดยไม่ว่าศาลจะมีเขตอำนาจในคดีนี้หรือไม่
ขณะที่ จอนวิก เรมุลลา รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า ทีมทนายของดูเตอร์เตเตรียมยื่นขอประกันตัวโดยเร็วที่สุด
เปาโล ทามาเซ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า ขั้นตอนที่ง่ายที่สุดสำหรับดูเตอร์เตคือการยื่นขอประกันตัวต่อศาลพิจารณาคดีระดับภูมิภาค และเธออาจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาลด้วยตัวเองในขั้นตอนดังกล่าว นอกจากนี้ ทีมกฎหมายยังสามารถยื่นคัดค้านการออกหมายจับต่อศาลที่สูงขึ้น รวมถึงศาลอุทธรณ์ หรืออาจยื่นต่อศาลฎีกาได้ หากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาดังกล่าวตามกฎหมายฟิลิปปินส์ เธออาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน
คดีอาญานี้เกิดขึ้นในช่วงที่ดูเตอร์เตกำลังเผชิญกระบวนการ ถอดถอนออกจากตำแหน่งในวุฒิสภา โดยสภาผู้แทนราษฎรมีมติถอดถอนเธอจากตำแหน่งไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม จากข้อกล่าวหาหลายประการ ซึ่งรวมถึงการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบ
ข้อกล่าวหาเรื่องการวางแผนสังหารประธานาธิบดีถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของกระบวนการถอดถอน หากวุฒิสภามีคำตัดสินให้เธอมีความผิด เธอจะถูกถอดออกจากตำแหน่งและถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้แผนการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028 ต้องสิ้นสุดลง โดยดูเตอร์เตประกาศความตั้งใจลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การออกหมายจับครั้งนี้เพิ่มแรงกดดันทางกฎหมายและการเมืองต่อซารา ดูเตอร์เตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทั้งคดีอาญาและกระบวนการถอดถอนยังคงดำเนินไปพร้อมกัน และอาจส่งผลโดยตรงต่ออนาคตทางการเมืองของเธอในฟิลิปปินส์.