ศาลประชาชนนครโฮจิมินห์ของเวียดนามพิพากษาประหารชีวิต 11 คน และจำคุกตลอดชีวิตอีก 19 คน ในคดีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ หรือคดี "VN10" ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 227 คน ที่มีมูลค่าการหมุนเวียนเงินสูงถึงเกือบ 29 ล้านล้านดอง หรือราว 36,700 ล้านบาท
ศาลประชาชนนครโฮจิมินห์ของเวียดนามมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 กันยายน ให้ ประหารชีวิตจำเลย 11 คน ในความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติด ในคดีที่ใช้รหัสว่า "VN10" ซึ่งทางการเวียดนามระบุว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถทลายได้ ส่วนจำเลยอีก 19 คนถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่จำเลยที่เหลือได้รับโทษตั้งแต่จำคุก 18 เดือนโดยรอลงอาญา ไปจนถึงจำคุก 29 ปี
หนึ่งในผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตคือ ฮา ดานห์ นาม วัย 52 ปี จากจังหวัดเหงะอาน ซึ่งศาลระบุว่าเป็นหัวหน้าเครือข่าย เขายังถูกปรับเงินอีก 100 ล้านดอง หรือประมาณ 126,500 บาท ส่วนผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตอีก 10 คนถูกปรับคนละ 50-100 ล้านดอง
จำเลยที่ถูกจำคุกตลอดชีวิต 19 คน รวมถึง ฮว่าง ซี ทัง วัย 39 ปี และ บุย วัน แองห์ ซึ่งเป็นหลานเขยของทัง ทั้งคู่มาจากจังหวัดเหงะอานและทำหน้าที่ดูแลจุดเก็บยาเสพติดหลักของเครือข่าย โดยศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ หลังประมวลกฎหมายอาญาของเวียดนามฉบับแก้ไขมีผลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 ความผิดฐานลำเลียงยาเสพติดมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากมีการยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดฐานดังกล่าว แต่โทษประหารชีวิตยังคงใช้ได้กับความผิดฐานค้ายาเสพติด
ในบรรดาจำเลยยังมีบุคคลที่เป็นที่รู้จักในเวียดนาม ได้แก่ จิ ดาน นักร้อง ซึ่งมีชื่อจริงว่า เหงียน จุง ฮิว ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี ในความผิดฐานจัดให้มีการใช้ยาเสพติดผิดกฎหมาย ส่วนเหงียน โด จุ๊ก เฟือง บุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการทำงานด้านการกุศล ถูกจำคุก 6 ปีในความผิดฐานเดียวกัน
ส่วน อันเดรีย อายบาร์ การ์โมนา นางแบบชาวสเปน ซึ่งทำงานในเวียดนามภายใต้ชื่อ อัน เทย์ ถูกจำคุก 8 ปี ประกอบด้วยโทษจำคุก 7 ปีในข้อหาจัดให้มีการใช้ยาเสพติดผิดกฎหมาย และอีก 1 ปีในข้อหาครอบครองยาเสพติด
คำฟ้องครอบคลุมความผิด 8 ประเภท นอกจากค้ายาเสพติดและครอบครองยาแล้ว ยังรวมถึงการใช้เอกสารปลอม การไม่แจ้งความเกี่ยวกับอาชญากรรม การปกปิดความผิด และการยักยอกทรัพย์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยส่วนใหญ่รับสารภาพและแสดงความสำนึกผิด ขณะที่นามและจำเลยอีก 3 คนที่ยังหลบหนี รวมถึง วู ไห่ แองห์ ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด
การพิจารณาคดีเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม โดยมี วู แทงห์ ลัม หัวหน้าฝ่ายคดีอาญาของศาลเป็นประธานการพิจารณา มีอัยการ 6 คนและทนายฝ่ายจำเลยมากกว่า 120 คนเข้าร่วม โดยสำนวนคำฟ้องมีความยาวกว่า 350 หน้า
การพิจารณาคดีบางส่วนดำเนินผ่านระบบวิดีโอเชื่อมต่อกับเรือนจำกักกันจี้ฮหว่า ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังจำเลยส่วนใหญ่ และการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดถึง 9 วัน โดยศาลยอมรับว่ามีข้อบกพร่องบางประการในบันทึกการสอบสวน เช่น ความไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่มีการบันทึกการสอบปากคำ แต่เห็นว่าข้อบกพร่องดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของคดี
จุดเริ่มต้นของเครือข่ายเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม 2023 เมื่อฮา ดานห์ นาม ว่าจ้างทัง ซึ่งเป็นคนขับรถจากจังหวัดเดียวกัน ให้ไปรับพัสดุจากต่างประเทศ ยาเสพติดถูกซุกซ่อนอยู่ภายใน หลอดยาสีฟัน และปะปนมากับสินค้าบริโภคทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ จากนั้นทังได้ชักชวนบุย วัน แองห์ ซึ่งเป็นหลานเขยของเขา ให้เข้ามาช่วยรับและนำพัสดุไปส่งต่อ ก่อนที่เครือข่ายจะถูกจับกุมในเดือนมีนาคม 2023 มีพัสดุยาเสพติดจำนวน 6 ล็อต ถูกส่งมาถึงจุดพักของทังในจังหวัดด่งนาย
ทังทำหน้าที่แบ่งยาเสพติดและสั่งการให้แองห์นำไปส่งต่อแก่ผู้จัดจำหน่ายในนครโฮจิมินห์และพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นจังหวัดบิ่ญเซือง โดยผู้ลำเลียงได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 6-50 ล้านด่ง หรือราว 230-1,900 ดอลลาร์สหรัฐ
นามยังลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่เวียดนามผ่านบริการจัดส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศ โดยส่งพัสดุจากฝรั่งเศสไปยังกรุงฮานอย ก่อนกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่น เขายังใช้บัญชีธนาคารที่เปิดในชื่อบุตรชายเพื่อโอนและหมุนเวียนเงินจากธุรกิจยาเสพติด จากการวิเคราะห์เสียงและการยืนยันตัวบุคคลของจำเลยรายอื่น ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ว่านามเป็นบุคคลที่คอยออกคำสั่ง แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธข้อกล่าวหา
ส่วน เหงียน ฮุย ฮว่าง หนึ่งในผู้ที่ถูกตัดสินประหารชีวิต ทำหน้าที่ควบคุมสาขาของเครือข่าย ซึ่งรับยาเสพติดจากนามไปกระจายและจำหน่ายในปริมาณมาก
ศาลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวอำพรางยาเสพติดไว้ในสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และลำเลียงผ่านบริษัทรับส่งสินค้าและบริการจัดส่งพัสดุ สมาชิกเครือข่ายยังใช้แอปพลิเคชันรับส่งข้อความแบบเข้ารหัสในการติดต่อประสานงาน และชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เปิดในชื่อบุคคลอื่น
คดี VN10 เริ่มเป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่เมื่อเช้าวันที่ 16 มีนาคม 2023 หลังเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ตตรวจพบความผิดปกติจากเครื่องสแกนสัมภาระของเที่ยวบิน VN10 ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ซึ่งเดินทางมาจากกรุงปารีส
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นกระเป๋าเดินทางของ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 4 คน พบหลอดยาสีฟันทั้งหมด 327 หลอด โดยในจำนวนนี้ 157 หลอดถูกใช้ซุกซ่อนยาเสพติด ภายในหลอดดังกล่าวพบ MDMA หรือยาอีประมาณ 8.3 กิโลกรัม และเคตามีนเกือบ 3 กิโลกรัม พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้ง 4 คนรับจ้างนำสินค้าทั่วไปจากฝรั่งเศสกลับมายังเวียดนาม น้ำหนักรวมประมาณ 60 กิโลกรัม โดยได้รับค่าจ้าง 6.5 ยูโร ต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญากับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้ง 4 คน เนื่องจากพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับนามหรือทัง และไม่ทราบว่าภายในหลอดยาสีฟันมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ตำรวจนครโฮจิมินห์จึงนำหมายเลขเที่ยวบิน VN10 มาใช้เป็นชื่อรหัสในการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ที่ตามมา
ทางการเวียดนามระบุว่า คดี VN10 ถือเป็น คดียาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางธุรกรรมทางการเงินได้เกือบ 29 ล้านล้านด่ง หรือประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับสาขาและเครือข่ายย่อยเกือบ 500 แห่ง ใน 34 จังหวัดและนครทั่วเวียดนาม
ระหว่างการสืบสวน เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเสพติดได้เกือบ 600 กิโลกรัม พร้อมอาวุธปืน 12 กระบอก กระสุน 67 นัด และระเบิดมือ 3 ลูก ผลจากการขยายผลคดีทำให้มีผู้ถูกระบุเป็นผู้ต้องหาแล้วมากกว่า 2,700 คน ในคดีที่แยกย่อยออกมาจากการสอบสวนทั้งหมด 477 คดี คำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 กันยายน ครอบคลุมจำเลยจำนวน 227 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเวียดนาม.
ที่มา VnExpress