เนปาลเตรียมติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าชุดใหม่ตามแนวชายแดนจีน หลังน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งถล่มคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 1,200 ราย เตือนภูมิประเทศในพื้นที่ยังไม่เสถียรและเสี่ยงดินถล่มเพิ่ม

แหล่งข่าวรัฐบาลเนปาล 2 ราย เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เนปาลมีแผนฟื้นฟูระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับเหตุการณ์ดินถล่มบริเวณชายแดนจีน โดยจะติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน กล้องตรวจการณ์ และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม เพื่อให้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

อุปกรณ์ชุดแรกจะติดตั้งที่ ติมูเร ซึ่งเป็นชุมชนชายแดนในเขตราสูวา ของเนปาล บนแนวลำน้ำสายเดียวกับพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังธารน้ำแข็งพังถล่ม ส่งมวลโคลน น้ำ และก้อนหินมหาศาลไหลทะลักลงมาตามหุบเขา

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเนปาลและจีนรวมอย่างน้อย 1,200 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเนปาล ขณะที่เกือบ 4,000 คนยังคงสูญหาย

หวั่นเกิดดินถล่มซ้ำ หลังภูมิประเทศยังปรับตัว

หนึ่งในแหล่งข่าวรัฐบาลเนปาลระบุว่า ขณะนี้พื้นที่ยังอยู่ในช่วงที่ภูมิประเทศกำลังปรับตัวหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินถล่มเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งติดตั้งระบบตรวจสอบและเตือนภัยโดยเร็ว

พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแนวชายแดนที่มีความอ่อนไหวสูงของเนปาล เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงติดกับเขตทิเบตของจีน และเป็นพื้นที่ที่ทั้งเนปาล จีน และอินเดียให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

แผนการติดตั้งระบบเตือนภัยครั้งใหม่นี้ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเนปาล และแหล่งข่าวทั้งสองรายขอสงวนชื่อ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ

มีรายงานว่าหัวใจสำคัญของระบบใหม่คือ VSAT (Very Small Aperture Terminal) ซึ่งเป็นระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมที่จะช่วยให้สถานีตรวจวัดต่าง ๆ ยังคงสามารถส่งข้อมูลถึงศูนย์ติดตามได้ แม้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่จะล่มจากภัยพิบัติ

ปัญหาดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงน้ำท่วมครั้งล่าสุด เมื่อสถานีตรวจวัดระดับน้ำอย่างน้อย 4 แห่งใกล้ชายแดนจีนถูกตัดขาดจากระบบสื่อสาร

แหล่งข่าวรัฐบาลเนปาลระบุว่า ก่อนหน้านี้มีเซ็นเซอร์และสถานีตรวจวัดอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดเพียงพอ ขณะที่ระบบเตือนภัยเดิมซึ่งส่งข้อความรายงานข้อมูลทุกไม่กี่นาที ถูกกระแสน้ำพัดหายไปพร้อมกับสถานีตรวจวัดระหว่างเกิดน้ำท่วม

ปัญหาสำคัญคือเจ้าหน้าที่ไม่ทราบในทันทีว่าสถานีตรวจวัดหยุดทำงาน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบหรือประเมินสถานการณ์ได้ทันเวลา

ตามแผนเบื้องต้น สำนักงานลดและจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล (NDRRMA) จะติดตั้งกล้อง เซ็นเซอร์ และระบบ VSAT ที่จุดหนึ่งก่อน จากนั้นจึงขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่เพื่อประเมินตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งอุปกรณ์แล้ว

ด้านรัฐบาลจีนเปิดเผยหลังเกิดภัยพิบัติว่า ได้แบ่งปันภาพถ่ายพื้นที่ประสบภัย ข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลทางอุทกวิทยา รวมถึงข้อมูลเตือนภัยเกี่ยวกับทะเลสาบกั้นน้ำที่เกิดขึ้นบริเวณต้นน้ำให้กับเนปาล

แม้ขณะนี้ภัยคุกคามโดยตรงจากทะเลสาบกั้นน้ำ 2 แห่งบริเวณชายแดน ซึ่งเกิดขึ้นหลังธารน้ำแข็งพังถล่ม จะลดลงแล้ว เนื่องจากทะเลสาบดังกล่าวระบายน้ำออกไป แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าภูมิประเทศโดยรอบยังคงไม่มั่นคงและจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ระบบเตือนภัยสำหรับเหตุการณ์ดินถล่มอาจไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวมากนัก โดยหากเกิดเหตุขึ้นอีก เจ้าหน้าที่อาจมีเวลาเพียง ไม่กี่นาที ในการแจ้งเตือนชุมชนที่อยู่ปลายน้ำก่อนที่มวลน้ำ โคลน และเศษหินจะไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้นอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอพยพและช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้

ข้อมูลของรอยเตอร์ระบุว่า น้ำท่วมครั้งล่าสุดเข้าถล่มจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนเมื่อเวลา 08.32 น. แต่การแจ้งเตือนประชาชนต่อสาธารณะเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 09.13 น. หรือช้ากว่าเหตุการณ์เกือบ 40 นาที

เนปาลเดินหน้าขอข้อมูลจากจีนแบบเรียลไทม์

ก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งล่าสุด รัฐบาลเนปาลเคยร้องขอให้จีนแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งและระดับน้ำแบบละเอียดและแบบเรียลไทม์มากขึ้นมาแล้วหลายเดือน

หลังเกิดเหตุ เนปาลเตรียมเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับจีนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดนและต้นน้ำ

ขณะที่พื้นที่ประสบภัยยังอยู่ในภาวะเปราะบาง การติดตั้งระบบเตือนภัยชุดใหม่จึงถือเป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของเนปาล เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจจับภัยพิบัติและส่งสัญญาณเตือนชุมชนที่อยู่ปลายน้ำให้เร็วที่สุด หากเกิดดินถล่มหรือน้ำหลากครั้งใหม่.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ